นักเตะเชลซี 4 ราย ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลก จากผลการแข่งขันที่อังกฤษและสหรัฐอเมริกาคว้าชัยในเกมส่งท้ายของกลุ่ม B โดยคริสเตียน พูลิซิช เป็นฮีโร่ให้ทัพมะกัน หลังกดประตูโทนในเกมกับอิหร่าน

หลังทำประตูชัยให้สหรัฐอเมริกาในช่วงก่อนพักครึ่งแรก ไม่นานหลังจากนั้นพูลิซิชก็มาบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงพัก คริสเตียนตั้งเป้ากลับมาฟิตทันก่อนเกมรอบน็อคเอาต์ที่อเมริกาจะเจอกับเนเธอร์แลนด์ส ในวันเสาร์

อีกคู่ในกรุงโดฮา อังกฤษเอาชนะเวลส์ 3-0 ได้ประตูใน 45 นาทีหลัง โดยเมสัน เมาท์, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และคอเนอร์ กัลลาเกอร์ สามแข้งเชลซีมีชื่อเป็นสำรอง และไม่ได้ลงสนาม โฟกัสต่อไปของทีมสิงโตคำราม ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย คือการดวลกับเซเนกัล ที่มีเอดูอาร์ เมนดี้ และคาลิดู คูลิบาลี่ ในวันอาทิตย์


ก่อนการแข่งขัน ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่าน มีสถานการณ์คล้ายกัน คือหากทีมใดเก็บชัยชนะได้ ก็จะผ่านเข้าสู่รอบต่อไป

ทีมพญาอินทรีปรับมาใช้แผนการเล่น 4-3-3 เหมือนกับเกมเสมอเวลส์ นั่นหมายความว่าพูลิซิชได้ลงเล่นตำแหน่งฝั่งซ้ายที่อัล ธุมามา


ยุนุส มูซาห์ เกมบุกมะกันมีลุ้นสร้างโอกาสตั้งแต่นาทีที่ 11 เมื่อได้ลองโขกเอาชนะกองหลังอิหร่าน แต่ยังทำอะไรอาลีเรซ่า เบรันวานด์ ไม่ได้

สหรัฐอเมริกาบุกด้วยความมั่นใจที่มีมากกว่า และมาได้ประตูขึ้นนำในเกม เมื่อเวสตัน แมคเคนนี่ วางบอลยาวไปที่เสาไกล ให้เซร์จิโอ เดสต์ วิ่งเติมขึ้นมาโหม่งตั้งไปที่เสาแรก ก่อนที่คริสเตียน พูลิซิช วิ่งเอาชนะกองหลังแล้วกดจ่อ ๆ เข้าประตู


แต่ประตูนี้กลับแลกมาด้วยความเจ็บ เมื่อพูลิซิชและเบรันวานด์ มีจังหวะปะทะกันจนต้องปฐมพยาบาลกันพักหนึ่ง ดูเหมือนว่าคริสเตียนจะบาดเจ็บแถวสะโพกและขาซ้าย ก่อนที่ช่วงท้ายครึ่งแรก เจ้าตัวจะกลับมาลงเล่นต่อได้ และจากนั้นธิโมที เวอาห์ หวิดทำประตูให้อเมริกาหนีเพิ่ม แต่โดนจับล้ำหน้าไปก่อน

ท้ายสุดพูลิซิชเล่นต่อไม่ไหว เขาถูกเปลี่ยนตัวออก และเป็นเบรนแดน อาร์รอนสัน แนวรุกลีดส์ ลงเล่นแทน เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม


อีกคู่ที่อัล เรย์ยาน อังกฤษ ถล่มเวลส์ 3-0 การันตีด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม B

แกเร็ธ เซาท์เกต ดร็อปเมสัน เมาท์ และราฮีม สเตอร์ลิ่ง เป็นสำรอง โดยส่งมาร์คัส แรชฟอร์ด และฟิล โฟเด้น ผนึกเกมบุก

ทางฝั่งเวลส์ สถานการณ์บังคับให้พวกเขาต้องชนะเท่านั้น โดยร็อบ เพจ เลือกปรับมาเล่นแบ็คโฟร์ ทำให้อีธาน อัมพาดู กลับมาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง


ประตูแรกของเกมมาในช่วงท้ายครึ่งแรก นาทีที่ 38 เมื่ออังกฤษได้ฟรีคิกระยะอันตรายหน้ากรอบเขตโทษเยื้องพื้นที่ด้านซ้าย และเป็นแรชฟอร์ดที่รับหน้าที่สังหาร แนวรุกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดปั่นด้วยขวาบอลข้ามกำแพงผ่านมือแดนนี่ วอร์ดเสียบตาข่าย

จากนั้นนาทีที่ 51 ทีมสิงโตคำรามมาบวกเพิ่มอีกตุง จากช็อตที่แรชฟอร์ดขโมยแย่งบอลแข้งมังกรแดงทางฝั่งขวา ตามด้วยแฮร์รี่ เคน ได้พื้นที่ได้เวลาลองเปิดบอลพุ่งถึงโฟเด้นตามซ้ำเน้น ๆ ไม่มีพลาด


แรชฟอร์ด บวกประตูที่สามของเกม และเป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในวันนี้ เจ้าตัวโชว์ความสามารถตัดเข้ากลางแล้วซัดด้วยซ้ายพุ่งเรียดแฉลบลอดขาวอร์ด ทางฝั่งของอัมพาดูลงเล่นเป็นแบ็คขวาในช่วงท้ายเกม ผลการแข่งขันเป็นใจให้อังกฤษ ส่วนเวลส์ตีไข่แตกไม่ได้