ฮาคิม ซิเยค คว้าแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ช่วยโมร็อคโค คว้าชัยเหนือเบลเยี่ยม 2-0 ในศึกฟุตบอลโลก ในรายของโรเมลู ลูกากู กลับมาจากอาการเจ็บ ลงเป็นสำรองช่วงท้ายเกม

ซิเยค หวิดทำประตูให้สิงโตแอตลาส ออกนำตั้งแต่ช่วงครึ่งแรก จากลูกฟรีคิกสุดแม่นยำ ทว่ากลับไม่ได้ประตูหลังถูกตรวจสอบโดย VAR อย่างไรก็แล้วแต่ โมร็อคโคมาได้ประตูขึ้นนำได้สำเร็จ จากลูกฟรีคิกแถวริมเส้นจากอัลเดลฮามิด ซาบิรี่ ทำเอาธิโบต์ กูร์ตัวส์ หมดสิทธิ์ป้องกัน

ซิเยค ร่ายเวทมนตร์ดลประตูที่สองให้โมร็อคโคในช่วงท้ายเกม เจ้าตัวโชว์สกิลลากลุยก่อนจ่ายตัดให้ซาคาเรีย อาบูคาลัล ซัดเสียบตาข่าย


โมร็อคโค ทะยานสู่จ่าฝูงกลุ่ม F ก่อนลงเตะเกมส่งท้ายรอบแบ่งกลุ่มกับแคนาดา ในวันพฤหัสบดีนี้ ส่วนเบลเยี่ยม ที่ชนะแคนาดามาในเกมแรก จะดวลกับโครเอเชีย ในวันเดียวกัน

สำหรับเกมโมร็อคโคกับเบลเยี่ยม ซิเยคลงสนามเป็นเกมบุกฝั่งขวา และได้สร้างอิมแพ็คต์ให้ทีมได้ทันที


ไฮไลต์สำคัญของแนวรุกสิงห์บลูส์ มาเกิดขึ้นในช่วงทดเจ็บของครึ่งแรก เจ้าตัวกดฟรีคิกเน้น ๆ บอลผ่านมือกูร์ตัวส์เข้าไปแล้ว ทำเอาแฟน ๆ ในอัล ธูมามา สเตเดี้ยม ฮือฮาไปตาม ๆ กัน


อย่างไรก็ตาม โรเมน ซาอิส กองหลังกัปตันทีมดันยืนอยู่ในจังหวะล้ำหน้า แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ได้สัมผัสบอล ทว่ายืนอยู่ในจุดรบกวนสายตาของธิโบต์นั่นเอง

เปิดครึ่งหลังมาซิเยคเป็นคนได้ลองจบสกอร์เป็นคนแรก การซัดลูกโค้งคราวนี้ไปโดนแขนกูร์ตัวส์เซฟได้


แต่แล้วประตูแรกของเกมก็มาเกิดขึ้นในนาทีที่ 73 เมื่ออับเดลฮามิด ซาบิรี่ และซิเยค ยืนอยู่ที่ลูกบอลร่วมกัน ในพื้นที่แถวริมเส้นขวา ก่อนที่ซาบิรี่ จะกดบอลลอยโค้ง กูร์ตัวส์กะจังหวะพลาด บอลลอยเข้าประตูไปแบบเด็ดขาด

ลูกากู ลงสนามเป็นสำรองในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกม เรียกได้ว่าเป็นการคืนสนามไวกว่ากำหนด เพราะก่อนหน้านี้โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ เปรยว่าบิ๊กรอมอาจจะกลับมาในเกมส่งท้ายนัดแบ่งกลุ่ม


แต่แล้วโมร็อคโคก็มาได้ประตูตอกย้ำชัยชนะ เมื่อซิเยคแอสซิสต์ให้อาบูคาลัลยิงระยะ 6 หลาไม่มีเหลือ กลายเป็นชัยชนะเกมแรกของทีมในฟุตบอลโลก นับแต่ปี 1998 ทำเอาแฟน ๆ เฮลั่นบนอัฒจันทร์ เช่นเดียวกับนักเตะและทีมงาน ที่ต่างก็เฮกับความสำเร็จในครั้งนี้