30

ดาวิด ลุยซ์

ประวัติ

ดาวิด ลุยซ์ย้ายกลับไปเล่นให้สแตมฟอร์ด บริดจ์ช่วงเดือนสิงหาคม 2016 หลังจากที่เล่นให้ปารีส แซงต์-แชร์กแมงมาสองปี

หลังจากที่เป็นสมาชิกคนสำคัญของเชลซีที่คว้าชัยในแชมป์เปี้ยนส์ ลีก และเอฟเอ คัพได้เมื่อปี 2012 ตลอดจนยูโรป้า ลีก ในปีต่อมา ดาวิด ลุยซ์ก็ได้ไปประสบความสำเร็จในฝรั่งเศสทั้งสองปีที่อยู่ที่นั่น เมื่อเปแอสเชคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ได้สำเร็จสองปีติดต่อกัน เขาได้อยู่ในทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของลีกเองทั้งสองปีนั้นด้วย ก่อนจะย้ายกลับมาเล่นที่ลอนดอนตะวันตก

เขาเซ็นสัญญาเข้าร่วมทีมเชลซีในวันสุดท้ายของช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม ปี 2011 หลังจากที่ย้ายมาจากแชมป์ลีกโปรตุเกส นั่นคือ เบนฟิก้า

เซ็นเตอร์แบ็คส่วนสูง 6 ฟุต 2 นิ้วที่สามารถป้องกันได้ครอบคลุมทั้งด้านซ้ายและขวา ตลอดจนในแดนกลาง เขาเป็นที่รู้จักกันดีในด้านทักษะการครองบอล ตลอดจนความสามารถในเกมรับด้วย

ดาวิด ลุยซ์ ได้รับการสรรเสริญมากมายจากการเล่นในช่วงแรก และแม้ว่าเขาจะเสียจุดโทษในนัดแรกที่เขาลงแข่งกับฟูแล่ม ที่เพตเตอร์ เช็ก สามารถเซฟไว้ได้ เขาก็ยังเป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในการแข่งนัดนั้นด้วย

จากการที่ไม่มีสิทธิ์ลงแข่งในแชมป์เปี้ยนส์ลีกฤดูกาลนั้น เขายังคงได้ลงแข่งในพรีเมียร์ลีก จนกระทั่งเสียประตูในนัดที่ไปเยือนถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และคาร์โล อันเชล็อตติ ก็ไม่ได้ให้กองหลังชาวบราซิลลงแข่งในนัดที่เหลืออยู่

ก่อนหน้านั้นเขาทำประตูแรกให้เชลซีในนัดที่พบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นประตูสำคัญที่ทำให้เรามีความหวังในการเป็นแชมป์ และตามด้วยการโหม่งบอลเข้าประตูในนัดที่เราชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้อีกด้วย

การบาดเจ็บที่หัวเข่าจากการเล่นให้ทีมชาติ หมายความว่าเขาเริ่มต้นฤดูกาลนี้โดยที่ไม่ได้ลงแข่ง แต่เขากลับมาลงแข่งได้อีกครั้งในช่วงกลางเดือนกันยายน และทำประตูได้ด้วย ครั้งนี้เขายิงจากนอกกรอบเข้าประตูไปในนัดที่พบกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เป็นการลงเดบิวต์นัดแรกของเขาในแชมป์เปี้ยนส์ ลีกกับเชลซี

หลังจากที่มีช่วงเวลาครึ่งแรกของฤดูกาลที่ค่อนข้างไม่มั่นคง เขาก็ค่อยๆ ปรับตัวและปรับรูปเกมให้เข้ากับฟุตบอลอังกฤษ ลงแข่ง 30 นัดคู่กับเซ็นเตอร์แบ็คหลายคน

ดาวิด ลงแข่งติดต่อกัน 15 นัดตลอดช่วงคริสต์มาส และ ปีใหม่ และเมื่อช่วงอีสเตอร์มาถึงเขาก็เริ่มที่จะทลายข้อกังขาจากสื่อต่างๆ ที่พูดคุยถึงการป้องกันสไตล์แซมบ้า การทำประตูตามใจชอบของเขาเองก็เช่นกัน เมื่อเขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วในนัดที่พบกับยูไนเต็ก และ โบลตัน

กองหลังชาวบราซิลเล่นได้สุดยอดมากในนัดที่เราพบกับนาโปลีและคว้าชัยมาได้ด้วยสกอร์ 4-1 ในแชมป์เปี้ยนส์ ลีก เดือนมีนาคม แต่หลังจากที่บาดเจ็ยในรอบรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ที่พบกับท็อตแน่ม เขาก็พลาดลงแข่งนัดสำคัญหลายนัด รวมถึงนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ที่พบกับลิเวอร์พูลด้วย

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เข้าฟื้นฟูในโปรแกรมเข้มข้น ดาวิดก็ฟื้นตัวกลับมาฟิตพร้อมอีกครั้งในนัดที่พบกับบาเยิร์น มิวนิคในรอบชิงชนะเลิศแชมป์เปี้ยนส์ ลีก ซึ่งเขาลงแข่งเต็มเวลา 120 นาที และทำประตูในการดวลจุดโทษประตูที่สองได้

ดาวิด ลุยซ์ลงเล่นเป็นตัวหลักตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล 2012/13 และตอกย้ำความทุ่มเทให้กับสโมสรโดยการเซ็นสัญญาต่อไปอีก 5 ปี หลังจากที่เราชนะสโต๊ค ซิตี้ 1-0

เขาทำประตูแรกของตัวเองในฤดูกาลนั้นได้จากลูกฟรีคิกอันสุดยอดในนัดที่เราชนะนอร์ดสเยลลันด์ 4-0  ในขณะที่ยังทำประตูจากจุดโทษได้อีกในเกมเดอะแคปปิตอล วัน คัพ ที่พบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และเชลซีเป็นฝ่ายชนะไปด้วยสกอร์ 5-4

เดือนเมษายน เขาทำสองประตูและได้รับการเสนอให้เป็นประตูยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล ฟรีคิกที่ได้ในยูโรป้า ลีก รอบรองชนะเลิศที่พบกับเบนฟิก้านั้นสุดยอดมาก และลูกยิง 35 หลา ที่คราเวน คอทเทจ นัดที่พบกับฟูแล่ม และการยิงด้วยเท้าซ้ายเข้าประตูอย่างสวยงาม เป็นครั้งแรกที่เขายิงจากเท้านั้นในนัดที่พบกับทีมจากสวิสส์

ช่วงเวลาอันยาวนานได้ทำให้เห็นว่าเราลงแข่งเจ็ดรายการที่แตกต่างกัน โดยนักเตะชาวบราซิลรู้สึกผิดหวังอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเราพ่ายให้กับทีมจากประเทศของเขา โครินเธียนส์ ในนัดชิงชนะเลิศ คลับ เวิลด์ คัพ ที่ญี่ปุ่น  อย่างไรก็ตามฤดูกาลนั้นก็จบลงด้วยดีจากชัยชนะในยูโรป้า ลีก รอบชิงชนะเลิศที่พบกับเบนฟิก้า เขาลงแข่งรวมทั้งหมด 57 นัดให้เชลซีตั้งแต่ที่เขาเซ็นสัญญา

ฤดูกาล 2013/14 อาการบาดเจ็บทำให้ดาวิด ลุยซ์ไม่ได้ลงแข่งมากนัก แต่เขาก็ยังมีบทบาทสำคัญในการทำผลงานได้ดีเยี่ยม ลงเล่นในตำแหน่งกองกลางนัดที่พบกับลิเวอร์พูล ช่วยให้เราพลิกชนะได้ด้วยสกอร์ 2-1 และในเกมที่เจอแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ช่วยให้เชลซีเป็นทีมแรกที่คว้าชัยจากถิ่นเอติฮัดมาได้ในพรีเมียร์ลีก ทั้งสองคนยังเล่นด้วยกันได้ดีในนัดที่เราชนะอาร์เซนอล 6-0 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ด้วย

เขาลงเล่นในเกมรอบรองชนะเลิศแชมป์เปี้ยนส์ ลีกที่เราแพ้แอตเลติโก้ มาดริด โดยฤดูกาลนั้นจบลงที่ความผิดหวัง ก่อนจะย้ายไปเล่นให้เปแอสเชไม่นานหลังจากที่จบฤดูกาล

เขากลับมาเริ่มต้นใหม่กับเชลซีอีกครั้งด้วยเกมพบลิเวอร์พูลเหมือนในครั้งแรก ในเดือนกันยายน 2016 ต่อมาก็แพ้อาร์เซนอลอีก แต่หลังจากนั้นเขาก็กลายเป็นกองหลังตัวกลางในแผนแบ็คทรี ก่อนที่ทีมจะคว้าชัยชนะมาได้อย่างต่อเนื่อง

ดาวิด ลุยซ์ลงเล่นในลีกครบ 100 นัดให้เชลซีพร้อมกับยิงประตูได้ในเกมพบลิเวอร์พูลในเดือนมกราคม 2017

photo of สถิติน่าสนใจ สถิติน่าสนใจ

6 เกมลีกผ่านไปโดยไม่เสียประตูเลยในช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน ช่วงท้ายปี 2016 เชลซีก็มาเก็บสถิติชนะรวด 13 นัดได้สำเร็จ โดยดาวิด ลุยซ์ได้รับคำชมมากมาย ในเกมเสมอที่แอนฟิลด์เมื่อเดือนมกราคม 2017 เขายิงฟรีคิกผ่่่านกองหลังของลิเวอร์พูลได้อย่างสวยงาม เป็นประตูแรกตั้งแต่ที่เขากลับมาเชลซีเลย

เขาได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในช่วงที่เหลือของฤดูกาล แม้จะมีอาการบาดเจ็บที่ขาจากการปะทะกับเซร์คิโอ อเกวโร่ เขาลงเล่นให้ทีมไปทั้งหมด 33 นัดจากทั้งหมด 38 เกมลีกและคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ รวมถึงได้เป็นหนึ่งในทีมยอดเยี่ยมของ PFA ด้วย

ช่วงก่อนย้ายมาเชลซี

ดาวิด ลุยซ์ เกิดที่เมือง เซา เปาโล และเริ่มต้นการค้าแข้งของเขากับ เอสปอร์ต คลับ วิตาเรีย ในบาเฮีย ซึ่งเขาลงแข่งรวม 47 นัด

ต่อมาเขาย้ายมาที่เบนฟิก้า จากการยืมตัวในเดือนมกราคม ปี 2007 ก่อนจะย้ายเข้าร่วมทีมถาวรในฤดูร้อนปีนั้น

รวมแล้วเขาลงแข่ง 82 นัดในลีก ให้ทีมสโมสรในลิสบอน เขาพลาดลงแข่งเพียงนัดเดียวในฤดูกาล 2009/10 เป็นปีที่พวกเขาคว้าแชมป์ลีกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี และเว็บไซต์ Uefa.com ได้โหวตให้เขาเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของลีกโปรตุเกสด้วย

ผลงานในทีมชาติ

ดาวิด ลุยซ์ลงแข่งนัดเดบิวต์ให้ทีมชาติในนัดที่พบกับสหรัฐอเมริกาในช่วงฤดูกาล 2009/10 หลังจากที่ลงแข่งให้ทีมชาติของเขาในฟุตบอลโลก รุ่น U20 ปี 2007 

เขาอยู่ในทีมชาติบราซิลทีร่วมลงแข่งในการแข่งขัน โคป้า อเมริกาในเดือนกรกฎาคม ปี 2011 และกลับมาร่วมทีมอีกครั้งในเดือนกันยายนปีเดียวกัน แม้ว่าจะไม่ได้ร่วมกับเชลซีก็ตาม

เขาเป็นกัปตันทีมชาติบราซิลครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน ปี 2012 ในนัดที่คว้าชัยชนะเกมกระชับมิตรจากแอฟริกาใต้ และ จีนได้

ดาวิด ลุยซ์เป็นหนึ่งในสมาชิกทีมบราซิลที่คว้าความสำเร็จจากการแข่งขันคอนเฟดเดอเรชั่น คัพ ได้ในบ้านของพวกเขา เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2013 ฝ่ายเจ้าบ้านผ่านเข้ารอบโดยเอาชนะอุรุกวัยมาได้ และพบกับสเปนในรอบชิงชนะเลิศ

เขาเป็นหนึ่งในทีมที่เข้าแข่งในฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศในบ้านเกิดของเขาเองเมื่อปี 2014 และทำประตูจากฟรีคิกได้ในเกมที่พบกับโคลอมเบีย ก่อนที่บราซิลจะตกรอบรองชนะเลิศ