10

เอเด็น อาซาร์

ประวัติ

เอเด็น อาซาร์ตกลงเซ็นสัญญากับเชลซีเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2012 จากสโมสร ลิลล์ ในฝรั่งเศส ที่เขาเล่นมาตั้งแต่ปี 2005 กลายเป็นนักเตะเบลเยี่ยมคนที่ 5 ที่ย้ายมาร่วมทีมเชลซี หลังจากที่ธิโบต์ กูร์กตัวส์, โรเมลู ลูกากู และเควิน เดอ บรอยน์ย้ายมา

นักเตะผู้คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปีของลีกเอิงได้ 2 ครั้ง และ หนึ่งในผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในยุโรปเมื่อตอนที่เขาร่วมทีมกับเดอะบลูส์ เข้าใจได้ว่าจะมีความคาดหวังในตัวของอาซาร์สูงแน่นอนในฤดูกาลแรกของเขาที่ลอนดอน เขาได้รับเลือกให้เป็น ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปีของ PFA และยังเป็นผู้เล่นเยาวชนยอดเยี่ยมประจำปีอีกด้วย ตลอดจนเป็นหนึ่งในสมาชิกทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของพรีเมียร์ลีก ทำให้เราได้เห็นว่าเขาทำได้ตามที่คาดหวัง

การบุกทะลวงด้วยความรวดเร็วและเต็มเปี่ยมไปด้วยทักษะนั้นเป็นสิ่งที่โดดเด่นที่สุดของเขาในการเผชิญหน้ากับกองหลัง การควบคุมบอลด้วยความเร็วสูงนั้นทำให้เขาทำประตูและยังสร้างโอกาสได้มากมาย จากที่เราได้เห็นในฤดูกาล 2012/13 ที่เขาทำประตูได้ 13 ประ ตู และ 25 แอสซิสต์

ฤดูกาลที่สองของเขาที่เดอะบริดจ์ยิ่งประสบความสำเร็จมากขึ้นไปอีก เมื่อเขาจบฤดูกาลด้วยการเป็นดาวซัลโวสูงสุดของสโมสร และคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรได้ ตลอดจนรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของ PFA ด้วย และฤดูกาลที่สามจบลงด้วยการคว้ารางวัลส่วนบุคคลได้อีก 5 รางวัล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และแคปปิตอล วัน คัพได้อีก

ฤดูกาล 2015/16 เขาทำฟอร์มได้ไม่ดีเท่าไรนัก แต่ก็กลับมาคืนฟอร์มได้อีกครั้งในฤดูกาล 2016/17 คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีและประตูยอดเยี่ยมแห่งปีของเชลซีไปครอง

เขาได้กลายเป็นหนึ่งในสตาร์ของพรีเมียร์ลีกและเป็นกัปตันทีมชาติด้วย

 

2012/13

หลังจากเล่นได้อย่างน่าประทับใจในการลงแข่งนัดแรกในชุดของเชลซี ซึ่งเขาทำประตูได้ด้วยในนัดกระชับมิตรที่พบกับ ซีแอตเทิล ซาวน์เดอร์ เอด็องเล่นได้อย่างโดดเด่นตลอดช่วงพรีซีซั่น และมันน่าแปลกใจเล็กน้อยเท่านั้นที่ได้เห็นเขาลงแข่งในรายการคอมมูนิตี้ ชิลด์ที่พบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่สนามวิลล่า ปาร์ค

หนึ่งสัปดาห์ต่อมาเขาก็ลงเดบิวต์ในพรีเมียร์ลีก สร้างโอกาสทำประตูสองประตูในช่วง 6 นาทีแรก ที่พบกับวีแกน แอธเลติก ครั้งแรกจ่ายบอลไปให้บรานิสลาฟ อิวาโนวิช จากการจ่ายทะลุแนวรับเข้าไป และต่อมาเขาถูกทำฟาวล์โดย อิวาน รามิส และเป็นจุดโทษ แฟรงค์ แลมพาร์ด รับหน้าที่สังหารเข้าประตูไป

เขาก็ทำได้ดีอีกในนัดต่อมา ที่เราชนะเรดดิ้ง 4-2 จากจุดโทษที่ยิงโดยแลมพาร์ดอีกครั้ง และยังเป็นผู้จ่ายบอลไปให้อิวาโนวิชทำประตูที่สี่ให้กับทีมได้ด้วย

เขาทำประตูแรกให้เชลซีได้ในเวลาสามวันหลังจากนั้น จากจุดโทษในนัดที่ชนะนิวคาสเซิล 2-0 ในขณะที่ลูกยิงจากการเล่นปกตินั้นได้มาในนัดที่ชนะนอริช ซิคี้ 4-1 จบสกอร์จากการบุกสวนกลับที่รวดเร็ว และเป็นการจ่ายบอลของฮวน มาต้า สองสัปดาห์ต่อมาในเกมที่เราพบกับสเปอร์ส บทบาทของเขาเปลี่ยนเป็นผู้จ่ายบอลให้มาต้ายิงประตูได้สำเร็จ

ต่อมาเขาก็ทำประตูสุดยอดได้ ในนัดที่เราชนะแอสตัน วิลล่า 8-0 ก่อนจะถึงช่วงคริสต์มาส และชัยชนะอีกนัดหนึ่งที่น่าประทับใจนั้นมาจากนัดที่พบกับสโต๊คเมื่อตอนปีใหม่

อาซาร์โดนใบแดงใบแรกของเขากับเชลซีในรายการแคปิตอล วัน คัพ รอบรองชนะเลิศนัดที่สอง ที่พบกับสวอนซี ซิตี้ หลังจากที่ไปแย่งบอลจากเด็กเก็บบอล ทำให้เขาถูกห้ามลงแข่ง 3 นัด

การที่ไม่ได้ลงแข่งสามนัดเหมือนจะเป็นการกระตุ้นเขา อย่างไรก็ตาม เมื่อเขามีฟอร์มที่ดีหลังจากการกลับมาลงแข่งได้อีกครั้ง

ฝีเท้าอันน่าตื่นตาตื่นใจของเขาในช่วงครึ่งหลังที่พบกับ สปาร์ตา ปราก ในรายการยูโรป้า ลีก เขาทำประตูได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้เราผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้

หลังจากนั้นเขาก็ลงแข่งเป็นตัวสำรองและเปลี่ยนตัวลงมาในช่วงครึ่งหลังในนัดที่พบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในรายการ เอฟเอ คัพ อาซาร์ทำประตูในฤดูกาลนั้นได้อีกประตูในนัดที่พบกับเวสต์ แฮม ยูไนเต็ด

ฟอร์มการเล่นของเขาโดดเด่นมากในช่วงท้ายฤดูกาล และเขาเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เราจบฤดูกาลได้อย่างแข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ช่วยจ่ายบอลให้แลมพาร์ดทำประตูได้ในเกมที่พบกับแอสตัน วิลล่า อาซาร์ก็มีอาการบาดเจ็บที่เอ็นร้อยหวายซึ่งทำให้เขาไม่สามารถลงแข่งในรอบชิงชนะเลิศของยูโรป้า ลีกได้ แต่นั่นก็ไม่ได้หยุดช่วงฤดูกาลที่น่าจดจำสำหรับนักเตะคนนี้ได้

 

2013/14

อาซาร์ทำประตูที่สองในนัดที่พบกับบาเยิร์น มิวนิคได้ในการแข่งรายการซูเปอร์ คัพ ที่กรุงปราก

การทำประตู 5 ประตูในรอบ 6 นัดเมื่อเดือนตุลาคม และต้นเดือนพฤศจิกายน ทำให้เห็นได้ว่าอาซาร์ปรับตัวเข้ากับผู้จัดการทีมคนใหม่ โชเซ่ มูรินโญ่ ได้อย่างดี ฝีเท้าของนักเตะชาวเบลเยียมในนัดที่เราชนะซันเดอร์แลนด์ 4-3 เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีสองประตูที่น่าจดจำและการทำแอสซิสต์อีกหนึ่งครั้งด้วย ได้รับการยกย่องจากผู้จัดการทีม, เพื่อนร่วมทีม และบรรดาเกจิฟุตบอลทั้งหลายว่าเป็นหนึ่งในนัดที่ดีที่สุดในปีนั้น

ฟอร์มของเขาดีอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปี 2014 หลังจากจบปี 2013 ด้วยลูกยิงสำคัญในนัดที่พบกับสวอนซี และ ลิเวอร์พูล เขาทำประตูได้อีกครั้งในนัดที่พบกับฮัลล์ ก่อนหน้าที่จะทำแฮตทริกแรกได้ในนัดที่พบกับนิวคาสเซิล หลังจากที่เล่นได้ดีมากในนัดที่ไปเยือนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และคว้าชัยมาได้ด้วยสกอร์ 1-0

ฟอร์มของอาซาร์ทำให้เขาไม่สามารถมีใครมาแทนที่ได้เลย และจากการนี้ทำให้มาต้าได้รับอนุญาติให้ย้ายไปอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้เมื่อช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะในเดือนมกราคม

การสร้างสรรค์เกมของเขาช่วยให้อังเดร ชูร์เล่ ทำแฮตทริกได้ในนัดที่พบกับฟูแล่ม ทำให้เรารักษาตำแหน่งจ่าฝ

อาซาร์จบฤดูกาลที่สองกับเชลซีได้ด้วยการคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรได้เป็นครั้งแรก แฟนบอลได้เห็นถึงความสำคัญของเขาที่มีต่อทีมอย่างชัดเจน - สถิติน่าสนใจ

photo of Milestone Milestone

2014/15

ไม่มีนักเตะเชลซีคนไหนที่เคยได้รับรางวัลส่วนบุคคลในฤดูกาลเดียวมากกว่าที่อาซาร์ทำได้ในฤดูกาล 2014/15 อีกแล้ว

เป็นที่น่าพอใจเมื่อรางวัลเหล่านั้นได้มาจากการที่เราคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกและแคปิตอล วัน คัพ ซึ่งเขาไม่เคยลดความโดดเด่นของตัวเองลงไปเลย

เขาลงเล่นเกือบทุกนัดยกเว้น 5 นัดจากทั้งหมด 54 เกมในฤดูกาลนี้ และไม่ค่อยมีเกมไหนที่ถูกเปลี่ยนออกโดยมูรินโญ่เลย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของเขาตั้งแต่นาทีแรกของฤดูกาลจนถึงนาทีสุดท้าย

อาซาร์ทำประตูแรกของฤดูกาลที่สามของเขาได้ในเกมที่ชนะเลสเตอร์ 2-0 และในเกมต่อมาเขาก็ทำให้เชมัส โคลแมนทำประตูตัวเองได้ในเกมที่เราชนะเอฟเวอร์ตัน ผลงานของเขาโดดเด่นอย่างต่อเนื่องมาจนถึงเกมที่ 4 ที่เราพบกับสวอนซี เขาได้รับคำชมจากมูรินโญ่หลังจากนั้นด้วย บอกว่าอาซาร์มีความมั่นคงตลอดทั้งเกม แม้ผลจะออกมาไม่เป็นอย่างที่ทีมต้องการก็ตาม

ผู้จัดการทีมได้ย้ำตลอดฤดูกาลว่าอาซาร์ทำงานอย่างหนักเพื่อพัฒนาตัวเอง ทั้งเขาและเพื่อนร่วมทีมต่างก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีของทีมด้วย

จากการที่ไม่เคยหลุดออกจาก 11 ตัวจริงในลีก อาซาร์ยังคงได้ฉายแสดงจนถึงช่วงท้ายฤดูกาล ทำประตูได้ในเกมที่พบกับฮัลล์, ดาร์บี้และเซาท์แธมป์ตัน เขาเริ่มต้นปีใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยม เขาเป็นนักเตะที่โดดเด่นมากในเกมที่เราแพ้ให้กับท็อตแน่ม 5-3 ซึ่งเขามีส่วนอย่างมากในการทำสองประตูของเรา

อาซาร์เซ็นสัญญาใหม่เป็นระยะเวลา 5 ปีครึ่ง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2015 และลงเล่นตลอดเวลา 90 นาทีในเกมที่คว้าแชมป์แคปิตอล วัน คัพในเดือนนั้น

เมื่อการเล่นของเรามีการเปลี่ยนแปลงไปในเชิงรับมากขึ้นหลังจากที่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บและติดโทษแบน อาซาร์ก็ได้เฉิดฉายตลอดทั้งช่วงเวลานั้น เราคว้าชัยชนะได้จากการไปเยือน 4 นัด ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเมษายน นอกจากนี้ยังมีบทบาทสำคัญ เขาทำประตูได้ในเกม 3 นัดแรกในจำนวนนั้น ซึ่งพบกับวิลล่า, เวสต์ แฮม และฮัลล์ รวมถึงยังสร้างโอกาสให้เชสก์ ฟาเบรกัสได้ในเกมที่พบกับคิวพีอาร์ ถือเป็นการเล่นประสานที่ยอดเยี่ยมมากๆ ในฤดูกาลนี้

สัปดาห์ต่อมา อาซาร์ทำประตูโทนในเกมที่เราพบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้รับเลือกให้เป็นผผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของ PFA และยังได้เป็นหนึ่งในทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของ PFA เช่นกัน

อาซาร์ยังเป็นผู้ทำประตูในเกมที่เราคว้าแชมป์นัดที่พบคริสตัล พาเลซได้อีกด้วย แม้จะยิงจุดโทษไปติดเซฟ แต่ก็สามารถโขกซ้ำเข้าไปไม่มีเหลือ

เขายังคงได้รับรางวัลอื่นๆ ต่อเนื่อง ทั้งรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักข่าวฟุตบอล และยังเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของพรีเมียร์ลีกอีกด้วย

เมื่อจบฤดูกาล อาซาร์ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรเป็นปีที่สองติดต่อกัน และยังได้รับการโหวตจากเพื่อนร่วมทีมให้รับรางวัลอีกรางวัลด้วย

ถือเป็นฤดูกาลที่เรียกได้ว่าแทบจะสมบูรณ์แบบสำหรับเขาจริงๆ 

 

2015/16

ผลงานจากฤดูกาล 2014/15 นั้นทำให้อาซาร์ต้องทำให้ได้ตามมาตรฐาน แต่ฟอร์มของเขาก็หายไปนานจนกระทั่งช่วงท้ายฤดูกาล

ปัญหาอาการบาดเจ็บหลายครั้งเป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะการบาดเจ็บสะโพกในเกมที่โชเซ่ มูรินโญ่คุมเป็นเกมสุดท้าย ที่พบกับเลสเตอร์เมื่อเดือนธันวาคม 2015 แต่หลังจากนั้นเขาก็ทำได้ดีเมื่อกุส ฮิดดิ้งค์เข้ามาคุมแทน

หลังจากที่พลาดจุดโทษสองครั้งในช่วงต้นฤดูกาล (เกมลีก คัพ ที่พบกับสโต๊ก) อาซาร์ทำประตูแรกของฤดูกาลได้จากจุดโทษเกมที่พบกับเอ็มเค ดอนส์ ช่วงเดือนมกราคม เขาทำประตูได้อีกครั้งในเกมบอลถ้วย เกมเหย้าที่พบกับแมนฯ ซิตี้ด้วยฟรีคิก ส่วนประตูจากโอเพ่นเพลย์ประตูแรกได้มาจากเกมพรีเมียร์ลีก ที่พบกับบอร์นมัธ ช่วงเดือนเมษายน

เขากลับสู่ฟอร์มยอดเยี่ยมได้ในเกมต่อมา ที่พบกับสเปอร์ส และยังเป็นประตูยอดเยี่ยมแห่งปีอีกด้วย ทั้งยังเป็นประตูที่่ทำให้เลสเตอร์ได้แชมป์ทันทีด้วย อีกประตูหนึ่งที่พิเศษคือประตูในแอนฟิลด์ ในช่วงก่อนจบฤดูกาล

 

2016/17

ฟอร์มที่ดีของอาซาร์ยังคงฉายออกมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การคุมทีมของอันโตนิโอ คอนเต้ เขาได้รับประโยชน์อย่างมากจากแผนการเล่นแบบ 3-4-3 ที่ถูกนำมาใช้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2016 อาซาร์ทำประตูในเกมพรีเมียร์ลีกได้ติดต่อกัน 3 นัดรวดเป็นครั้งแรก ต่อมาเขาได้รับการโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนในเดือนนั้นจากแฟนๆ ของ PFA และได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนจากพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกด้วย

เขาลงเล่นให้เชลซีในพรีเมียร์ลีกครบ 150 นัดในเกมที่ไปเยือนมิดเดิ้ลสโบรห์ เดือนพฤศจิกายน 2016 และยิงประตูที่ 50 ให้เชลซีได้จากจุดโทษในเกมพบบอร์นมัธในสแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อวันบ็อกซิ่งเดย์

ประตูที่ 51 ของเขาเรียกได้ว่าเป็นประตูที่ดีที่สุด เขาลากบอลจากกลางสนามขึ้นมากระชากหลบกองหลังของอาร์เซนอลคนแล้วคนเล่า ก่อนจะยิงผ่านเพตเตอร์ เช็ก เข้าไปตุงตาข่าย ทำให้เชลซีนำ 2-0 และจบเกมชนะ 3-1 ประตูนี้ได้กลายเป็นประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2017 ของพรีเมียร์ลีกอีกด้วย

อาซาร์ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงที่ใกล้จะคว้าแชมป์ ทำสองประตูให้ทีมชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1 ตลอดจนยิงประตูสำคัญได้ในเกมพบบอร์นมัธและเซาท์แธมป์ตัน ผลงานของเขาไม่ใช่แค่ทำให้เราคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เท่านั้น แต่ยังช่วยทำประตูในเกมเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศที่ชนะท็อตแน่ม 4-2 ด้วย

โชคร้ายที่เกมรอบชิงชนะเลิศกับอาร์เซนอลเราแพ้ แต่หลังจากนั้นอาซาร์ก็มาคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของเชลซี ซึ่งเป็นคนที่สองเท่านั้นที่คว้ารางวัลนี้ได้ 3 ครั้ง ต่อจากแฟรงค์ แลมพาร์ด ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ต้นเดือนมิถุนายน 2017 ขณะที่กำลังฝึกซ้อมกับทีมชาติเบลเยี่ยม เขาก็ได้รับบาดเจ็บ กระดูกข้อเท้าขวาแตก ต้องรับการผ่าตัดและจะไม่ได้ลงเล่นไปอีกประมาณ 3 เดือน

 

2017/18

อาซาร์ฟื้นจากการบาดเจ็บกลับมาลงสนามได้ในเกมเยือนเลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเป็นเกมที่ 250 ของเจ้าตัวกับสโมสร และมาทำประตูได้อีกครั้งในช่วงกลางเดือนตุลาคม และเริ่มกลับมาฟอร์มดีอีกครั้งคว้ารางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ได้หลายครั้ง

เขาได้ลงเล่นในหลายบทบาท ช่วงฤดูใบไม้ร่วงเขาได้ลงเล่นหน้าคู่กับโมราต้า และได้ลงเป็นศูนย์หน้าหลายเกมด้วย

สองประตูจากเกมเหย้าที่พบนิวคาสเซิลทำให้เขามีสถิติการทำประตูเท่ากับจานฟรังโก้ โซล่า ยิงไปทั้งหมด 80 ประตู แต่ใช้เวลาน้อยกว่า 45 นัด ต่ ต่อมาในเกมพบไบรท์ตัน เขาทำประตูเกมลีกครบ 100 ประตู นับตั้งแต่ตอนที่อยู่กับลิลล์มา

 

ช่วงก่อนย้ายมาเชลซี

อาซาร์เกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคม ปี 1991 ที่เมืองลา ลูแวร์ ประเทศเบลเยียม ทั้งพ่อและแม่ของอาซาร์เล่นฟุตบอลในระดับอาชีพกันทั้งคู่

ช่วงเยาวชน เขาเล่นให้ทั้งทีม รอยัล สเตท เบรโนอิส และ ทูไบซ์ ก่อนจะย้ายมาลิลล์ในปี 2005

สองปีต่อมา ในช่วงฤดูกาล 2007/08 เขาลงเล่นเป็นตัวสำรอง และในฤดูกาลต่อมาเขาก็กลายเป็นผู้เล่นตัวจริง ทำให้เขาได้รับการจับตามองจากระดับทีมชาติ และยังได้คว้ารางวัล ผู้เล่นเยาวชนยอดเยี่ยมแห่งปีเมื่อตอนที่อายุ 17 ปี

ฤดูกาล 2009/10 เราได้เห็นเขาเฉิดฉายอีกครั้งหนึ่ง และเขาก็ได้รับรางวัลผู้เล่นเยาวชนยอดเยี่ยมแห่งปีเป็นครั้งที่สองติดต่อกัน ในขณะที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสมาชิกของทีมยอดเยี่ยมประจำปีของลีกเอิงด้วย

ฤดูกาล 2010/11 เรียกได้ว่าเป็นฤดูกาลที่น่าจดจำมากที่สุดในการเล่นให้ลิลล์ แม้ว่ามันจะเริ่มต้นได้ไม่ดีนัก อาซาร์ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากโค้ชของเบลเยี่ยม จอร์จ ลีเก้นส์ ก่อนจะถูกดร็อบในการเล่นให้ลิลล์ และไม่ได้ลงแข่งอยู่ร่วมสองเดือน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเขากลับลงสู่ทีมได้ เขาก็เล่นในบทบาทที่สร้างพลังให้กับทีมได้ในการคว้าดับเบิ้ลแชมป์ ในขณะที่ยังได้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีอีกด้วย

การเติบโตโดยการพยายามตามรอยซิเนดีน ซีดาน และวันหนึ่งก็มีเสียงเรียกจากทีมที่ใหญ่ที่สุดทีมหนึ่งจากยุโรป

ช่วงฤดูกาลสุดท้ายของเขาที่ลิลล์ เขาเป็นเพื่อนร่วมทีมกับโจ โคล เขาทำประตูได้ 21 ประตูในช่วง 48 นัด และทำแอสซิสต์ได้ 18 ครั้ง และสโมสรของเขาอยู่ในอันดับที่ 3 ตามหลัง มงต์เปลลิเย่ร์ และ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทำให้ผ่านเข้าไปแข่งในแชมป์เปี้ยนส์ ลีกได้สำเร็จ

เขาจากมาด้วยดี หลังจากที่ได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมในนัดสุดท้ายที่ลิลล์ ทำประตูแฮตทริกในนัดที่พบกับ น็องซี จากการเล่นที่สุดยอดในครึ่งแรก เป็นการเล่นที่ทำให้ทั้งฝรั่งเศสรู้ดีถึงความเก่งกาจของเขา และเขาก็คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีได้อีกครั้ง

ผลงานในทีมชาติ

อาซาร์ลงเดบิวต์นัดแรกให้เบลเยี่ยมเมื่อตอนที่อายุ 17 ปี ในเกมที่พบกับ ลักเซมเบิร์กเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2008 ลงเป็นตัวสำรองและลงมาเล่นในช่วงท้ายเกม

เขาลงเดบิวต์แบบเต็มตัวในช่วง 9 เดือนต่อมาที่พบกับสาธารณรัฐเช็ค ที่มีเพตเตอร์ เช็ก เป็นกัปตันทีม และต่อมาไม่นานเขาก็ได้เป็นตัวจริงให้กับทีมชาติได้สำเร็จ

ประตูแรกของเขาที่ทำให้ทีมชาตินั้นทำได้เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2011 จากพรสวรรค์อันยอดเยี่ยมในยูโร 2012

สองปีก่อนหน้านั้นการย้ายมาที่สแตมฟอร์ด บริดจ์นั้นเป็นที่ตกลงเรียบร้อย อาซาร์และทีมชาติเบลเยี่ยมมาแข่งกับอังกฤษที่เวมบลีย์โดยแพ้ไป 1-0 และปีกข้างคนนี้ก็เล่นได้อย่างน่าประทับใจในการใช้ฝีเท้าและการหลอกล่อ

อาซาร์ลงแข่ง 9 ใน 10 นัดของเบลเยี่ยมในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก และพวกเขาก็ผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2002 มา

อาซาร์ลงเล่นเป็นตัวจริงให้ทีมชาติเบลเยียมทุกนัดในบราซิลเมื่อเขาผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศของรายการนี้ได้สำเร็จ แต่ล้มเหลวที่จะสร้างผลงานได้ดีอย่างที่ต้องการ

อย่างไรก็ตาม การวิ่งและการจ่ายบอลในช่วงเปิดเกมนั้นทำให้ดรายส์ เมอร์เต็นทำประตูได้ในเกมที่ชนะอัลจีเรีย 2-1

เบลเยียมคว้าชัยทั้งสามนัดในเกมรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนจะเอาชนะสหรัฐฯได้ในรอบที่สอง แต่ก็ต้องมาตกรอบโดยนัดที่พบกับอาร์เจนติน่า เป็นเกมที่อาซาร์ลงเล่นเป็นตัวสำรองช่วงท้ายเกม

หลังจากที่ได้ลงเป็นกัปตันทีมชาติเนื่องจากการบาดเจ็บของแว็งซ็องต์ ก็อมปานี อาซาร์ก็พาทีมชาติของเขาเข้าไปแข่งในยูโร 2016 อีกครั้ง หลังจากที่กองหลังของแมนเชสเตอร์ ซิตี้บาดเจ็บ ในรอบ 16 ทีมที่พบกับฮังการี่ กัปตันทีมเบลเย่ียมทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ทำประตูและช่วยจ่ายบอลให้เพื่อนยิงได้จนชนะด้วยสกอร์ 4-0

เขาและกูร์กตัวส์เป็นนักเตะเชลซีเพียงสองคนที่ผ่านถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ อาซาร์จ่ายบอลให้เพื่อนยิงได้ในเกมที่พบกับเวลส์ แต่ก็แพ้มาด้วยสกอร์ 3-1 เป็นอันต้องจบการเล่นในรายการนั้นไป

เขากลับไปเล่นให้ทีมชาติเบลเยี่ยม ทำประตูในเกมกระชับมิตรที่พบกับจิบรัลต้าก่อนจะเริ่มต้นเดือนกันยายน 2017 ช่วยให้ทีมชาติของเขากลายเป็นทีมยุโรปทีมแรกที่ผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ด้วยการเอาชนะกรีซ

อาซาร์เป็นกัปตันทีมเบลเยี่ยม พาลุยเข้าไปได้จนถึงรอบรองชนะเลิศโดยเป็นตัวจริงทุกนัด เว้นเพียงเกมรอบแบ่งกลุ่มที่พบกับอังกฤษในตอนที่ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ได้แน่นอนแล้ว

อาซาร์ยิงสองประตูในเกมที่เบลเยี่ยมชนะตูนิเซีย 5-2 แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือผลงานในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศที่ชนะบราซิล

อาซาร์สร้างความปั่นป่วนให้อังกฤษได้ในรอบชิงที่สาม และเบลเยี่ยมชนะ 2-0 อาซาร์ทำประตูที่สองของเกมนั้นได้ด้วยการจบสกอร์สุดเฉียบ

เขาได้รางวัลซิลเวอร์บอลหลังจบการแข่งขัน จากการเป็นนักเตะที่ทำผลงานได้ดีเป็นอันดับสองของรายการนี้