24

แกรี่ เคฮิลล์

ประวัติ

แกรี่ เคฮิลล์ เซ็นสัญญากับเชลซีในช่วงกลางเดือนมกราคม ปี 2012 และสวมเสื้อหมายเลข 24

ปราการหลังผู้แข็งแกร่ง เฉียบขาดในการตัดบอลและอ่านเกมได้อย่างเฉียบแหลม เคฮิลล์ได้รับเหรียญรางวัลสองเหรียญในช่วง 6 เดือนแรกที่อยู่กับสโมสรมา รวมกับชัยชนะในแชมป์เปี้ยนส์ ลีก ด้วย

เคฮิลล์มีบทบาทอย่างมากในช่วงฤดูกาล 2013/14 ที่เดอะบลูส์รักษาสถิติทางด้านเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยมในพรีเมียร์ลีก และเขาจบฤดูกาลด้วยการได้เป็นหนึ่งในสมาชิกทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของพรีเมียร์ลีกด้วย ตลอดจนได้ลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษครบทั้ง 3 นัดที่บราซิล

การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกและลีก คัพในฤดูกาล 2014/15 ทำให้เคฮิลล์คว้าแชมป์ครบทุกรายการกับสโมสร และได้กลายเป็นกัปตันทีมอยู่หลายนัดในฤดูกาลคว้าแชมป์ 2016/17

แกรี่ เคฮิลล์ลงเป็นกัปตันทีมเชลซีครบ 50 นัดในเกมเสมอลิเวอร์พูลเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2017 - สถิติน่าสนใจ

photo of Milestone Milestone

ช่วงก่อนย้ายมาเชลซี

เคฮิลล์ เกิดเดือนธันวาคมปี 1985 ที่เมืองเชฟฟิลด์ เขาอยู่ในอะคาเดมี่ของแอสตัน วิลล่าตั้งแต่อายุ 15 ปี ก่อนจะถูกยืมตัวไปเล่นให้เบิร์นลีย์นานครึ่งฤดูกาลเมื่อปลายปี 2004 และลงเล่นในลีกนัดแรกในเกมที่ชนะน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 1-0

เขาลงเล่นไป 32 นัดรวมทุกรายการให้เดอะ คลาเร็ตส์ พร้อมคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีและดาวรุ่งแห่งปีที่เทิร์ฟ มัวร์ ก่อนจะกลับมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของวิลล่าเมื่อปลายปี 2005 ในเกมที่ถล่มวีคอมบ์ไป 8-3 ในลีกคัพ แต่เขาต้องรอถึงเดือนเมษายนกว่าจะได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก ในเกมที่บุกไปแพ้อาร์เซน่อล 5-0

กองหลังรายนี้รักษาตำแหน่งในทีมไว้ได้ในฤดูกาลต่อมาภายใต้การคุมทีมของ มาร์ติน โอนีล แต่หลังจากลงสนามในฤดูกาล 2007/08 ไปได้เพียง 2 นัด เขาถูกยืมตัวไปเล่นให้เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดในเดอะ แชมเปี้ยนชิพอีกครั้ง โดยทำได้ 2 ประตูจาก 16 นัด

เดือนมกราคมปี 2008 เคฮิลล์ ย้ายไปร่วมทีมโบลตันด้วยค่าตัว 5 ล้านปอนด์ และตั้งหลักในถิ่นรีบอค สเตเดี้ยมได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้ทีมของ แกรี่ เม็กสันรอดการตกชั้นไปได้

ฟอร์มการเล่นของเขาในระดับสโมสรถือว่าคงเส้นคงวาภายใต้การคุมทีมของ โอเว่น คอยล์ และเขาลงสนามไป 36 นัดในฤดูกาล 2010/11 แต่เขายืนกรานว่าจะไม่ต่อสัญญากับทีมในแถบแลงคาเชียร์ ซึ่งสัญญาของเขาจะหมดลงในปี 2012

นั่นทำให้สโมสรชั้นนำหลายทีมให้ความสนใจในตัว เคฮิลล์ แต่สุดท้ายเขาเลือกสแตมฟอร์ด บริดจ์เป็นจุดหมาย

2011/12

เขาไม่ได้ลงเล่นให้เชลซีในช่วงสองสัปดาห์แรก เมื่ออังเดร วิลลาส โบอาส เลือกที่จะให้เขาปรับตัวกับลอนดอนตะวันตกก่อน แต่เขาก็ได้ลงแข่งในนัดที่เสมอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-3

จากการแข่งขันนัดนั้น เคฮิลล์ก็ได้โอกาสในการเป็นตัวจริงมากขึ้น และเขายังแสดงการทำประตูได้สองครั้งในช่วงเดือนมีนาคมด้วย

เคฮิลล์สนุกสนานกับการเล่นในชุดเชลซีมากในนัดที่พบกับบาร์เซโลนา รอบรองชนะเลิศ แชมป์เปี้ยนส์ ลีก นัดแรก แต่จบลงด้วยการบาดเจ็บทำให้เขาพลาดนัดที่สอง และนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ที่เวมบลีย์ด้วย

อย่างไรก็ตาม เขาก็กลับมาฟิตพร้อมอีกครั้งในวันสุดท้ายก่อนจะเริ่มแข่งรอบชิงชนะเลิศ เคฮิลล์ลงเป็นตัวจริงในนัดที่พบกับบาเยิร์น มิวนิค และเล่นเต็มเวลา 120 นาที คว้าถ้วยแชมป์เปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ

2012/13

เขาเป็นตัวสำรองที่ไม่ได้ลงแข่งในสนามในนัดแรกของฤดูกาล 2012/13 ในนัดที่พบกับวีแกน ก่อนจะฟื้นตัวและลงเป็นตัวจริงในนัดที่พบกับเรดดิ้ง ซึ่งเขาทำประตูที่สามให้เรา และเกมจบลงด้วยสกอร์ 4-2 เคฮิลล์ยังทำประตูได้ในการแข่งขันยูฟ่า ซูเปอร์คัพ ที่เราแพ้แอตเลติโก้ มาดริด 4-1 ด้วย

ประตูต่อมา เคฮิลล์ทำได้ในติดต่อกันในรายการเดอะแคปิตอล วัน คัพ ที่ชนะ วูล์ฟ และ แมนเชสเตอร์ ยูไรเต็ด แต่ลูกวอลเลย์ของเขาที่ไวท์ ฮาร์ท เลนนั้นแน่นอนว่าตราตรึงอยู่ในใจของแฟนบอลเชลซีแน่นอน

เคฮิลล์โดนใบแดงในการแข่งขันฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ที่พบกับ โครินเธียนส์หลังจากที่เข้าทาฟวล์ เอ็มเมอร์สัน แต่หลังจากที่พ้นโทษแบนแล้วเขาก็กลับมาลงแข่งได้จนกระทั่งบาดเจ็บที่หัวเข่าในเดือนมีนาคม ที่ชนะเวสต์ แฮม ยูไนเต็ด 2-0

หลังจากที่พักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ ราวๆ หนึ่งเดือน เคฮิลล์ก็กลับมาในนัดที่ชนะสวอนซี 2-0 และเขาก็เล่นในบทบาทสำคัญในช่วงท้ายฤดูกาล การเล่นในนัดชิงชนะเลิศยูโรป้า ลีกนั้นน่าประทับใจมาก เขาช่วยป้องกันให้เราชนะ 2-1 และคว้าถ้วยยุโรปอีกใบมาครองได้สำเร็จ

2013/14

เคฮิลล์เริ่มต้นฤดูกาลกับเชลซีด้วยดี ภายใต้การคุมทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งผู้จัดการทีมมักจะเลือกเขายืนคู่กับจอห์นเทอร์รี่อยู่บ่อยครั้ง ทั้งในนัดที่ชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล

จนกระทั่งวันแรกของเดือนธันวาคม 2013 กองหลังรายนี้ก็ได้ประตูแรกของเขาในปีนั้น มันคุ้มค่ามากที่รอคอย เมื่อเขาโหม่งทำประตูในนัดที่พบเซาท์แธมป์ตัน และเกมในช่วงท้ายปีของเราก็เยี่ยมยอดมากๆ

ช่วงต้นปี 2014 เคฮิลล์ และ จอห์น เทอร์รี่ สร้างการผสมผสานในการป้องกันประตู ทำให้เชลซีเป็นทีมที่กองหลังเยี่ยมที่สุดในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเสียประตูเพียง 27 ประตูเท่านั้น เขาได้รับเลือกให้ติดทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลกครั้งนี้ด้วย ทั้งยังได้เป็นหนึ่งในสี่นักเตะที่เป็นผู้ท้าชิงรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีด้วย

2014/15

เคฮิลล์เป็นผู้เล่นคนหลักของเราในฤดูกาลนี้ ยืนคู่กับเจทีในตำแหน่งกองหลัง มีความแข็งแกร่งและเชื่อถือได้อย่างมาก เขาทำประตูได้ในเกมที่เราชนะ 2-1 ที่แอนฟิลด์ในเดือนพฤศจิกายน จากลูกยิงระยะประชิด เขาทำผลงานได้ดีตลอดทั้งฤดูกาล จนได้รับเลือกให้อยู่ในทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของ PFA เป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกัน

2015/16

หลังจากที่ประสบความสำเร็จในฤดูกาลก่อนหน้านั้น ปีต่อมาเชลซีก็ต้องมาเจอกับงานที่ยาก แต่เคฮิลล์ก็ยังทำผลงานได้ไม่แย่ลงมากนัก

แม้ว่าจะได้จับคู่กับจอห์น เทอร์รี่อย่างที่เคยในช่วงต้นฤดูกาล แต่ต่อมาโชเซ่ มูรินโญ่ก็เลือกใช้งานเคิร์ท ซูม่ามากขึ้น ทำให้เคฮิลล์ไม่ค่อยได้ลงสนามมากนัก

ช่วงกลางฤดูหนาว เคฮิลล์ได้ลงสนามมากขึ้น และต่อมาเขาก็ได้เซ็นสัญญาใหม่กับสโมสรในช่วงเดือนธันวาคม 2015 ทำให้เขาจะอยู่กับเชลซีไปจนถึงปี 2019

ฤดูกาลจบลงด้วยการบาดเจ็บของซูม่าในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้เคฮิลล์ได้กลับมาลงสนามเป็นตัวจริงได้อีกครั้งในช่วงเวลาที่กุส ฮิดดิ้งค์กลับมาคุมทีม และเขาทำประตูได้ในเกมที่พลิกเสมอกับสเปอร์หลังตามอยู่ 2-0 ในช่วงเดือนพฤษภาคม ทำให้เชลซีรักษาสถิติไร้พ่ายคู่แข่งร่วมเมืองได้ต่อ และทำให้เลสเตอร์คว้าแชมป์ทันที

2016/17

เคฮิลล์ลงเล่นให้เชลซีครบ 200 นัดในเกมที่พบกับเบิร์นลีย์ช่วงต้นฤดูกาล แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งจนได้เป็นนักเตะหลักในทีมของอันโตนิโอ คอนเต้ ซึ่งไม่เสียประตูในลีกติดต่อกัน 6 นัดในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2016 เขาทำประตูในเกมที่ชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-0 ตลอดจนทำอีกสองประตูได้ในเกมลีก คัพด้วย

เขาเป็นกัปตันทีมตลอดช่วงที่เราเก็บชัยชนะได้ 13 นัดรวด ขยับขึ้นเป็นทีมจ่าฝูงได้สำเร็จ ในเกมพบกับฮัลล์ เคฮิลล์ไปปะทะกับไรอั้น เมสันจนฝ่ายตรงข้ามต้องเข้าโรงพยายามเนื่องจากกระโหลกศรีษะร้าว แต่หลังจากนั้นไม่นานเมสันก็ได้ออกจากโรงพยาบาลมาได้

เคฮิลล์ทำหน้าที่ผู้นำในทีมได้เป็นอย่างดีในช่วงท้ายฤดูกาล เล่นเกมรับได้อย่างแข็งแกร่งตลอดจจนทำประตูได้ในบางโอกาสสำคัญ เขายิงประตูชัยได้ในเกมที่พบกับสโค๊ค ทำให้เราชนะ 2-1 และต่อมาก็ยิงให้เราชนะเซาท์แธมป์ตัน 4-2 ต่อมาในเกมพบกับเอฟเวอร์ตันเขาก็เป็นผู้ที่ยิงได้จากระยะเผาขนอีกประตู เคฮิลล์ได้รับเลือกให้อยู่ในทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของ PFA ด้วย

2017/18

เดือนกรกฎาคม 2017 ระหว่างที่ทัวร์เอเชียกับเชลซี เคฮิลล์ได้รับเลือกให้เป็นกัปตันทีมคนใหม่ของสโมสร แทนที่จอห์น เทอร์รี่ที่ย้ายทีมไป

ผลงานในทีมชาติ

เคฮิลล์ มีชื่อติดทีมชาติอังกฤษชุดยู 21 ตั้งแต่ต้นปี 2007 ก่อนจะมีชื่อติดทีมชาติชุดใหญ่สำหรับเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับคาซักสถานในเดือนมิถุนายนปี 2009 แต่เขาต้องรอจนถึงเดือนกันยายนปี 2010 กว่าจะได้ลงสนามครั้งแรก เมื่อเขาถูกส่งลงสนามไปจับคู่กับ จอห์น เทอร์รี่ แทน ไมเคิ่ล ดอว์สัน ที่มีอาการบาดเจ็บ ในเกมที่สิงโตคำรามถล่มบัลแกเรียไป 4-0

ในเดือนมีนาคมปี 2011 เคฮิลล์ ได้ลงตัวจริงให้ทีมชาติอังกฤษเป็นครั้งแรกในเกมอุ่นเครื่องกับกาน่า และทำประตูแรกในนามทีมชาติได้ในเกมเยือนบัลแกเรียเดือนกันยายน  

หลังจากเล่นที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ได้อย่างน่าประทับใจในช่วง 5 เดือนแรก เคฮิลล์ก็ได้รับเลือกให้ร่วมทีมชาติชุดลุยยูโรเปี้ยน แชมป์เปี้ยนชิพส์ อย่างไรก็ตาม ในการแข่งขันอุ่นเครื่องนัดสุดท้าย เคฮิลล์ได้รับบาดเจ็บจนต้องออกจากการแข่งขันไปอย่างน่าเสียดาย

เขากลับมาร่วมทีมชาติได้อีกครั้งในนัดกระชับมิตรที่พบกับอิตาลี ก่อนจะติดทีมชาติอังกฤษในรอบคัดเลือกของฟุตบอลโลกที่พบกับโมลโดวา และ ยูเครน ในเดือนกันยายน ปี 2012

ต่อมาเขาก็พลาดการแข่งรอบคัดเลือก ที่พบกับ ซาน มาริโน และ มอนเตเนโกร หลังจากที่บาดเจ็บหัวเข่าในเกมที่พบกับเวสต์แฮม แต่ได้เล่นในบทบาทสำคัญเมื่ออังกฤษผ่านรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก ปี 2014 ได้ในปีนั้น และเคฮิลล์ก็ทำให้รอย ฮอดจ์สัน ตัดสินใจให้เขาเป็นกองหลังหลักของทีม

เคฮิลล์ลงเล่นในเกมสองนัดแรกที่บราซิล คู่กับฟิล จากีลก้า และทั้งสองเกมก็จบลงด้วยความพ่ายแพ้ แต่กองหลังของเชลซีรายนี้ก็ทำผลงานได้ดี

หลังจากนั้นเขาก็เป็นหนึ่งในสองนักเตะที่รักษาตำแหน่งในทีมเอาไว้ได้ในรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้าย ที่เสมอกับคอสต้าริก้าแบบไร้สกอร์

เขาเป็นรองกัปตันทีมในเกมรอบคัดเลือกยูโร 2016 เป็นกัปตันทีมในเกมรอบแบ่งกลุ่มที่เสมอกับสโลวาเกีย แต่ก็ได้ลงสนามตลอดรายการจนกระทั่งมาแพ้รอบ 16 ทีมสุดท้ายในเกมที่พบกับไอซ์แลนด์

ฟุตบอลโลก 2018 เคฮิลล์โหม่งประตูสุดท้ายให้อังกฤษชนะสก็อตแลนด์ 3-0

เคฮิลล์ลงเล่นในเกมสองนัดแรกที่บราซิล คู่กับฟิล จากีลก้า และทั้งสองเกมก็จบลงด้วยความพ่ายแพ้ แต่กองหลังของเชลซีรายนี้ก็ทำผลงานได้ดี

หลังจากนั้นเขาก็เป็นหนึ่งในสองนักเตะที่รักษาตำแหน่งในทีมเอาไว้ได้ในรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายที่เสมอกับคอสต้าริก้าแบบไร้สกอร์

เขาเป็นรองกัปตันทีมในเกมรอบคัดเลือกยูโร 2016 เป็นกัปตันทีมในเกมรอบแบ่งกลุ่มที่เสมอกับสโลวาเกียแต่ก็ได้ลงสนามตลอดรายการจนกระทั่งมาแพ้รอบ 16 ทีมสุดท้ายในเกมที่พบกับไอซ์แลนด์

ฟุตบอลโลก 2018 เคฮิลล์โหม่งประตูสุดท้ายให้อังกฤษชนะสก็อตแลนด์ 3-0