5

จอร์จินโญ่

ประวัติ

จอร์จินโญ่ย้ายจากนาโปลีมาเชลซีในเดือนกรกฎาคม 2018 และจบฤดูกาลแรกที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ด้วยการคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก

แข้งอิตาเลี่ยนรายนี้เป็นกองกลางจอมเทคนิคที่สามารถอ่านจังหวะการเล่นได้ดี จ่ายบอลและเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว มักจะลงเล่นเป็นกองกลางตำแหน่งเพลย์เมคเกอร์ คอยประสานเกมรับและเกมรุกให้กับทีม

นอกจากการเล่นที่เต็มไปด้วยเทคนิค, การแย่งบอลที่ยอดเยี่ยม และการยืนตำแหน่งเวลาที่ไม่ได้ครองบอลของเขาแล้ว ยังมีเกมรับที่มีประสิทธิภาพสูงด้วย

เขาลงเล่นให้ทีมเชลซีของเมาริซิโอ ซาร์รี่ไปรวม 54 ครั้ง ลงเป็นตัวจริงแทบทั้งหมด เว้นเพียงนัดเดียวในลีก

จอร์จินโญ่ลงทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีกได้ด้วยการยิงจุดโทษในเกมชนะฮัดเดอร์สฟิลด์ 3-0 ส่วนประตูแรกจากโอเพ่นเพลย์มาจากเกมที่ไปเยือนฟูแล่มในเดือนมีนาคม

ถือเป็นการตอบกลับคำวิจารณ์มากมายที่เกิดขึ้นหลังผลงานในเกมเยือนที่ไม่ดีนักในช่วงต้นปี 2019 จอร์จินโญ่มาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในช่วงท้ายฤดูกาล 2018/19

เขาพลิกจากที่ยิงจุดโทษในคาราบาว คัพรอบชิงชนะเลิศพลาดมาทำประตูไอน์ทรัคต์ แฟรงค์เฟิร์ตแล้วช่วยให้ทีมผ่านเข้าไปแข่งในบากูได้สำเร็จ และทำผลงานได้ดีจนช่วยให้ทีมโค่นอาร์เซนอลและคว้าแชมป์มาได้สำเร็จ

เขารักษาฟอร์มเก่งอย่างต่อเนื่องในฤดูกาลต่อมา ภายใต้การคุมทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ด ซึ่งบอสใหม่ของเราเลือกให้เขาเป็นรองกัปตันทีม จากประสบการณ์และความสามารถในการเป็นผู้นำของแข้งอิตาเลี่ยนรายนี้

ช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล จอร์จินโญ่ยิงจุดโทษได้ในเกมเจอลิเวอร์พูล, ไบรท์ตัน และอาแย็กซ์ (2) และยังทำประตูตีเสมอให้เราพลิกจากที่ตามหลังมาชนะอาร์เซนอลได้สำเร็จ ผลงานช่วงต้นฤดูกาลของเรานั้นได้อานิสงค์จากความสร้างสรรค์ของจอร์จินโญ่อย่างมาก ทำแอสซิสต์ให้แทมมี่ อับราฮัมยิงประตูในเกมเจอวัตฟอร์ด และเล่นประสานกับมาเตโอ โควาซิชได้อย่างโดดเด่นสุดๆ

เมื่อตอนที่เขาอายุ 15 ปี จอร์จินโญ่ย้ายจากบราซิลบ้านเกิดมายังอิตาลี และได้รับสิทธิ์การเป็นผลเมืองจากทวดของเขา เขาเริ่มต้นเล่นฟุตบอลอาชีพกับทีมเวโรน่าและก้าวเข้ามาสู่ทีมชุดใหญ่หลังจากที่ออกไปยืมตัวอยู่ในลีกล่างกับแซมโบนี่เฟซเส และเขายังเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาอยู่ในลีกสูงสุดหลังจากที่ตกชั้นไปเมื่อ 11 ปี ก่อน

ในเดือนมกราคมปี 2014 จอร์จินโญ่ย้ายมาอยู่กับนาโปลี เขามีช่วงเวลาสี่ปีครึ่งที่ยอดเยี่ยมที่ซาน เปาโล หลังจากที่คว้าแชมป์โคปา อิตาเลีย และอิตาเลียน ซูเปอร์ คัพ และยังเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทีมได้โอกาสไปเล่นในศึกแชมเปี้ยนส์ลีกอย่างต่อเนื่องด้วย