มาร์โก ฟาน กิงเคล

ประวัติ

มาร์โก ฟาน กิงเคล เข้าร่วมทีมเชลซีโดยย้ายมาจาก วิเทสส์ อาร์เน่ม เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2013 โดยเซ็นสัญญาเป็นระยะเวลา 5 ปีกับเดอะบลูส์

นักเตะชาวดัตช์ สูง 6 ฟุต 1 นิ้ว สร้างชื่อเสียงจากความโดดเด่นเรื่องของพละกำลัง, การควบคุมบอล และการจ่ายบอลในแดนกลาง ทั้งยังเล่นได้ในแนวรุกและรับ

จากการบาดเจ็บร้ายแรงในนัดที่แข่งรายการแคปิตอล วัน คัพ ช่วงต้นฤดูกาล ทำให้เขาไม่ได้ลงแข่งในเวลาต่อมา และหลังจากที่พักฟื้นจนหาย เขาก็กลับมาร่วมทีมได้อีกครั้งในช่วงต้นเดือนมีนาคม ปี 2014 และใช้เวลาที่เหลือของฤดูกาลไปเล่นให้เอซี มิลาน

ฤดูกาล
2013/14

ฟาน กิงเคล ลงเดบิวต์ให้เชลซีนัดแรกโดยเปลี่ยนตัวลงมาช่วงท้ายเกมในนัดที่ชนะฮัลล์ ซิตี้ 2-0 ในวันแรกของฤดูกาล 2013/14 และลงเป็นตัวจริงครั้งแรกในนัดที่พบกับบาเซิล รายการแชมป์เปี้ยนส์ ลีก

อย่างไรก็ตาม เขาลงเป็นตัวจริงในการแข่งขันแคปิตอล วัน คัพ พบกับสวินดอน ทาวน์ ฟาน กิงเคลก็บาดเจ็บร้ายแรงจากการแข่งนัดนี้และต้องพักยาวถึง 6 เดือน

เขาทำงานอย่างหนักจนฟื้นตัวกลับมาลงเล่นให้ทีมเชลซีชุด U21 ได้อีกครั้งในช่วงก่อนจบฤดูกาล เขายังได้ถูกเรียกติดทีมชาติเนเธอร์แลนด์เข้าร่วมแคมป์ฝึกซ้อมก่อนฟุตบอลโลกอีกด้วย

 

2014/15
หลังจากที่ได้ร่วมอยู่ในทีมของมูรินโญ่ในช่วงพรีซีซั่น ต่อมาในวันที่ 1 กันยายน ฟาน กิงเคลก็ได้ใช้เวลาในฤดูกาลต่อมาไปเล่นให้กับเอซี มิลาน

เขาลงเล่นให้กับทีมในเซเรีย อา อยู่ 2 นัด ก่อนจะได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าในระหว่างฝึกซ้อมช่วงเดือนธันวาคม เขากลับมาลงเล่นได้อีกครั้งในช่วงปลายเดือนมกราคมในเกมที่พบกับลาซิโอ้ และจบฤดูกาลนั้นอย่างแข็งแกร่ง เขาได้ลงเป็นตัวจริงให้กับทีม และทำประตูในเกมที่ชนะโรม่า 2-1 อีกด้วย

2015/16
วันที่ 10 กรกฎาคม 2015 ฟาน กิงเคลก็ได้ถูกยืมตัวไปเล่นให้กับสโต๊ค ซิตี้ อย่างไรก็ตาม ในวันสุดท้ายของการเปิดตลาดซื้อขายนักเตะ เขาก็ได้ย้ายไปเล่นให้กับพีเอสวี ไอน์โฮเฟ่น ที่เนเธอร์แลนด์ หลังจากเล่นให้สโต๊คไป 21 นัดในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล ก่อนจะยกเลิกสัญญาแล้วยัายไปเล่นให้กับทีมจ่าฝูงของเอเรดิวิซี่ย์แทน เขาทำประตูได้ในเกมแรกที่ลงเป็นตัวจริง ซึ่งพบกับทีมอูเทรชต์ และต่อมาก็ประสบความสำเร็จกับทีมด้วย

เขาทำประตูไปทั้งหมด 8 ประตูในการลงแข่ง 16 นัด มีส่วนสำคัญในการช่วยให้ทีมพีเอสวีคว้าแชมป์ลีกดัตช์ หลังเอาชนะอาแจ๊กซ์ได้ในวันปิดฤดูกาล

ฟาน กิงเคลยังได้ลงเล่นทุกนาทีในเกมที่ทีมพบกับแอตเลติโก้ มาดริด แต่แพ้การดวลจุดโทษไปอย่างน่าเสียดาย เขาทำประตูในช่วงดวลจุดโทษได้เหมือนกับตอนที่เล่นให้สโต๊คในลีก คัพ ที่พบลิเวอร์พูลก่อนหน้านั้นด้วย ฟอร์มการเล่นของเขาทำให้เขาได้กลับขึ้นมาเล่นในทีมชาติชุดใหญ่อีกครั้ง

 

2016/17
หลังจากที่บาดเจ็บในช่วงพรีซีซั่น ฟาน กิงเคลก็ได้กลายเป็นนักเตะตัวหลักของทีม U23 เก็บประสบการณ์ภายใต้การคุมทีมของอาดี วิวีช

วันที่ 31 ธันวาคม เขาเซ็นสัญญาใหม่กับเชลซีไปอีก 2 ปีครึ่ง และถูกยืมตัวไปเล่นให้พีเอสวีจนจบฤดูกาล

ฟาน กิงเคลทำประตูได้ในเกมนัดแรกที่ลงเล่นให้ PSV และเกมที่ชนะฮีเรนวีน 4-3

หลังจากนั้นฟาน กิงเคลก็ทำประตูได้ติดๆ กันในเดือนกุมภาพันธ์ในเกมที่พบกับอูเตรชต์และเอ็นอีซี ไนจ์เมเก้น จบฤดูกาลเขาลงเล่นไปทั้งหมด 15 นัดและยิงรวม 7 ประตู ทีมของเขาจบที่อันดับสามของลีก ดัตช์

 

เดือนกรกฎาคม 2017 ฟาน กิงเคลได้ต่อสัญญากับเชลซีไปอีกหนึ่งปี ทำให้เขาจะอยู่ที่เชลซีไปจนถึงปี 2020 และต่อมาก็ถูกยืมตัวไปเล่นให้พีเอาวีจนจบฤดูกาลหน้า

 

2017/18

เป็นฤดูกาลที่น่าจดจำสำหรับฟาน กิงเคล เขาเป็นกัปตันทีม PSV และคว้าแชมป์ได้ ทำประตูรวม 14 ประตูจากการลงสนาม 28 นัดในตำแหน่งแดนกลาง 10 ประตูของเขายิงได้ก่อนช่วงเบรกฤดูหนาว และอีกสี่ประตูในช่วงลุ้นแชมป์กับอาแจ๊กซ์

อย่างไรก็ตาม โชคร้านที่เดือนกรกฎาคม 2018 เขาต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่อีกครั้ง ทำให้เขาต้องพักฟื้นยาวอีกราวๆ 8 เดือน

 

ช่วงก่อนย้ายมาเชลซี
เชลซีเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพสโมสรที่สองของฟาน กิงเคล นักเตะวัย 20 ปีผ่านระบบเยาวชนมาจากทีวิเทสส์ อาร์เน่ม ก่อนจะลงเดบิวต์ในลีกสูงสุดของเนเธอแลนด์ในช่วงปลายฤดูกาล 2009/10 ตอนที่อายุ 17 ปี

ฟาน กิงเคลลงแข่งเป็นตัวจริงหนึ่งครั้ง และเป็นตัวสำรองอีก 3 ครั้งให้วิเทสส์ในฤดูกาล 2009/10 และลงเป็นตัวจริง 6 ครั้ง เป็นตัวสำรอง 11 ครั้งในฤดูกาล 2010/11 เกมแรกในฤดูกาลนั้นของเขาคือนัดที่ไปเยือน อาแจกซ์ และทำประตูแรกให้ทีมในระดับสูงได้ในนัดนั้น ก่อนจะทำเพิ่มได้อีก 4 ประตูก่อนจะจบฤดูกาล

ในฤดูกาล 2011/12 นักเตะหนุ่มเป็นตัวจริงของทีม ลงแข่ง 36 นัด จากทั้งหมด 38 นัด และทำประตูได้รวม 6 ครั้ง และเกือบจะทำได้เป็นสองเท่าในฤดูกาลต่อมาที่ทำได้ 11 ประตูจากการลงแข่งทั้งหมด 41 นัด

วิเทสส์จบฤดูกาลในตำแหน่งอันดับที่ 4 ของลีกเนเธอร์แลนด์ ตามหลังอาแจ๊กซ์, PSV และ เฟเยนอร์ด

เขาได้รับรางวัลนักเตะพรสวรรค์ยอดเยี่ยมของเนเธอร์แลนด์ในฤดูกาล 2012/13 และได้รับรางวัลนักเตะเยาวชนยอดเยี่ยมแห่งปี เหมือนกับที่อาร์เย่น ร็อบเบน, ซาโลม็อง กาลู และ เบาเดอไวน์ เซนเด้น

 


ผลงานในทีมชาติ

ฟาน กิงเคลเป็นนักเตะในทีมชาติของประเทศของเขาในระดับ U19 ก่อนจะลงแข่ง 14 นัดในระดับ U21 ในช่วงนั้นเขาทำ 3 ประตูและลงเล่นให้ทีมชาติของเขาในการแข่งขันรายการ ยูโรเปี้ยน แชมป์เปี้ยนชิพ รุ่น U21

ต่อมาเขาลงเดบิวต์ให้ทีมชาติชุดใหญ่ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2012 ลงเป็นตัวสำรองและถูกเปลี่ยนลงมาในสนามนาทีที่ 59 ในนัดกระชับมิตรทีเสมอกับเยอรมนี 0-0

ปี 2016 เขากลับมาเล่นให้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ชุดใหญ่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่บาดเจ็บหัวเข่าไป ลงเล่นเป็นตัวสำรองในเกมพบอังกฤษที่เวมบลีย์ และลงเป็นตัวสำรองเช่นกันในเกมที่พบกับไอร์แลนด์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2016