17

มาเตโอ โควาซิช

ประวัติ

มาเตโอ โควาซิช เข้าร่วมทีมเชลซีเต็มตัวในเดือนกรกฎาคม 2019 หลังประสบความสำเร็จในฤดูกาลแรกที่ถูกยืมมา

นักเตะทีมชาติโครเอเชียย้ายมาร่วมทีมพร้อมกับประสบการณ์สูง หลังจากที่ลงเล่นมาแล้วทั้งในเซเรีย อา, ลาลีก้า, แชมป์เปี้ยนส์ ลีก และทีมชาติ

โควาซิชเป็นกองกลางที่ไปกับบอลได้ดีและประสานงานกับเพื่อนได้อย่างรวดเร็ว เขาผสมผสานทักษะในการครองบอลเข้ากับการแทงทะลุช่อง เจ้าตัวสามารถเล่นในแผงมิดฟิลด์ได้ทุกตำแหน่ง และได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรในฤดูกาล 2019/20

ฤดูกาล 2018/19

โควาซิชลงเดบิวต์ให้เชลซีโดยเป็นตัวสำรองในเกมชนะอาร์เซนอลช่วงต้นฤดูกาล สร้างความประทับใจจากความฉลาดในการใช้บอลและเทคนิคเฉพาะตัว ก่อนจะลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมเยือนนิวคาสเซิ่ล เขากลายมาเป็นสมาชิกคนสำคัญของทีมอย่างรวดเร็วในตำแหน่งสามประสานแดนกลาง โดยลงเล่นทางด้านซ้าย

การเล่นประสานของโควาซิชกับเอเด็น อาซาร์เป็นที่จับตามองอย่างมาก เขาจ่ายบอลให้แข้งเบลเยี่ยมยิงเปิดเกมที่พบลิเวอร์พูลในเดือนกันยายน และยังจ่ายบอลให้อาซาร์ยิงประตูให้เชลซีครบ 100 ลูกในเกมพบวัตฟอร์ดวันบ็อกซิ่งเดย์ด้วย

แข้งวัย 25 ปีรายนี้มีส่วนสำคัญในการคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก ออกสตาร์ต 10 เกมจากทั้งหมด 15 นัด รวมถึงรอบชิงชนะเลิศที่บากู เขาทำผลงานโดดเด่นในการแข่งขันที่อาเซอร์ไบจานและมีส่วนกับสามประตูช่วยให้เราชนะอาร์เซนอล 4-1

ฤดูกาล 2019/20

โควาซิช ลงเล่นด้วยผลงานที่ดีที่สุดตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับเชลซีในช่วงครึ่งแรกของซีซั่นที่สองกับสโมสร เขายึดตำแหน่งตัวจริงในทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ด คอยประสานงานร่วมกับจอร์จินโญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมักเติมเกมจากแดนกลางแสดงให้เห็นความสามารถด้านการทะลุทะลวงผ่านคู่แข่ง

หลังจากค้าแข้งกับสิงห์บลูส์ร่วม 3 ปี โควาซิชประเดิมตุงแรกให้กับทีมโดยเป็นลูกยิงตีเสมอบาเลนเซียจากการซัดคมกริบจากระยะ 20 หลา จากนั้นไม่นานประตูที่สองของเขาก็ตามมาในเกมลีกที่เราพ่ายต่อเอฟเวอร์ตัน

นอกจาก 2 ประตูแรกที่ยิงได้แล้ว เขายังแอสซิสต์ไปอีก 3 ลูก โดยหนึ่งในนั้นเป็นการผ่านบอลให้เอ็นโกโล่ ก็องเต้ยิงใส่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ดาวเตะรายนี้สร้างโอกาสให้กับทีมได้อย่างสม่ำเสมอ เป็นรองเพียงแค่วิลเลี่ยน และเมสัน เมาท์ ก่อนที่ฤดูกาลแข่งขันต้องหยุดเพราะการล็อคดาวน์

รูปทรงและแบบแผนการเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ของทีมเปลี่ยนแปลงไปตลอดฤดูกาล 2019/20 แต่โควาซิชเล่นได้อย่างรู้ใจไม่ว่าจะทำงานร่วมกับใครในแดนกลางก็ตาม

นักเตะหมายเลข 17 แสดงผลงานการเล่นที่โดดเด่นในการแข่งขันลอนดอน ดาร์บี้กับท็อตแน่มในพรีเมียร์ ลีก 2 นัดทั้งก่อนและหลังคริสต์มาส โดยทีมส่อแววเจอปัญหาเมื่อเขาได้รับบาดเจ็บในการแข่งขันเอฟเอ คัพที่พวกเราเอาชนะลิเวอร์พูลช่วงเดือนมีนาคม

อย่างไรก็ตาม จังหวะเวลาที่เกิดการล็อคดาวน์ทำให้โควาซิชพลาดลงสนามให้กับทีมเพียงแค่หนึ่งนัด และฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้ากลับมาเป็นตัวจริงในแมตช์แรกที่ฟุตบอลกลับมาแข่งขันในเดือนมิถุนายน ช่วยให้พวกเราประเดิมชัยชนะในแมตช์กับแอสตัน วิลล่าได้ทันที

อีกหนึ่งอาการบาดเจ็บที่เขาประสบทำให้ต้องนั่งพักในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม แต่เมื่อกลับมาลงสนาม เขาสามารถรังสรรค์ผลงานที่ดีที่สุดกับเชลซีออกมา โควาซิชลงเล่นเป็นตัวจริงใน 6 นัดสุดท้ายจากทุกรายการของพวกเรา และฟอร์มของเขาก็ได้ช่วยให้สิงห์บลูส์จบในตำแหน่งท็อปโฟร์ของพรีเมียร์ ลีก เช่นเดียวกับทะลุเข้าชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ นอกจากนี้ยังได้รับการโหวตจากแฟน ๆ ให้คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสร ประจำฤดูกาล 2019/20 อีกด้วย

ก่อนย้ายมาเล่นให้เชลซี

โควาซิชมีผลงานที่น่าจับตามองตั้งแต่อายุยังน้อย หลังจากที่ย้ายไปร่วมอคาเดมี่ของดินาโม ซาเกร็บในตอนที่ยังเด็ก แต่ไม่นานเขาก็ได้ขึ้นไปเล่นในทีมชุดใหญ่ ทำประตูเดบิวต์ได้ในวัย 16 ปี 198 วัน กลายเป็นผู้ทำประตูที่อายุน้อยที่สุดของลีกโครเอเชีย

เขาได้ลิ้มรสฟุตบอลยุโรปครั้งแรกในช่วง 2 ปีครึ่งที่อยู่กับดินาโม และเขาก็เป็นนักเตะอายุน้อยอันดับสองที่ทำประตูได้ในแชมป์เปี้ยนส์ ลีก หลังยิงประตูลียงได้ในวัยเพียง 17 ปี

โควาซิชย้ายจากดินาโมไปอินเตอร์ มิลานช่วงเดือนมกราคม ปี 2013 หลังจากที่คว้าแชมป์ลีกและบอลถ้วยกับทีมยักษ์ใหญ่ของโครเอเชีย ผลงานของเขาในช่วงวัยรุ่นและในแชมป์เปี้ยนส์ ลีกนั้นทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ฮ็อตที่สุดของยุโรป

ฤดูกาลแรกของเขากับอินเตอร์ ทำผลงานได้น่าประทับใจมาก เขายึดตำแหน่งใน 11 ตัวจริง และได้รางวัลนักเตะรุ่นเยาว์ยอดเยี่ยมแห่งปีด้วย

หลังผ่านสองฤดูกาลที่ซาน ซีโร่ เรอัล มาดริดก็ได้ติดต่อเข้ามาในช่วงซัมเมอร์ ปี 2015 โดยตอนนั้นทีมงูใหญ่มีปัญหาด้านการเงินทำให้ไม่มีทางเลือกมากนักจนต้องขายสตาร์รายนี้ออกไป โควาซิชมุ่งหน้าไปเล่นที่เมืองหลวงของสเปนหลังลงเล่นที่อิตาลีเกือบ 100 นัดแม้จะมีอายุเพียง 21 ปี

จากการแย่งตำแหน่งในทีมเรอัล มาดริด โควาซิชมักจะได้ลงเล่นเป็นตัวสำรองในการค้าแข้งที่เบอร์นาเบว แม้ว่าจะเป็นอย่างนั้นแต่เขาก็ยังได้ลงเล่นมากกว่า 100 นัดตลอด 3 ปีกับยักษ์ใหญ่ประเทศสเปน รวมเกมแชมป์เปี้ยนส์ ลีกด้วย ซึ่งเรอัล มาดริดคว้าแชมป์ได้ทุกฤดูกาลตั้งแต่ที่เขาเข้าร่วมทีม นอกจากนั้นยังคว้าแชมป์ลา ลีก้า และสแปนิช คัพด้วย

ผลงานกับทีมชาติ

โควาซิช ลงเดบิวต์ให้โครเอเชียในปี 2013 โดยเขาได้ลงตัวจริงทุกนัดสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล

ดาวเตะรายนี้ลงเล่น 5 นัดในเส้นทางที่ทีมชาติโครเอเชียผ่านไปถึงรอบชิงชนะเลิศศึกฟุตบอลโลก 2018 นอกจากนี้ยังแอสซิสต์หนึ่งประตูในแมตช์ที่ไล่ถล่มอาร์เจนติน่า 3-0