18

โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

ประวัติ

โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ย้ายจากอาร์เซนอลมาเชลซีในเดือนมกราคม 2018 และเซ็นสัญญาเป็นระยะเวลา 18 เดือนกับเชลซี

สไตรค์เกอร์รายนี้ย้ายมาพร้อมกับประสบการณ์ในลีกระดับสูงสุดมากมาย ทำประตูได้ทั้งในพรีเมียร์ลีก, ยุโรป และทีมชาติฝรั่งเศสด้วย

ศูนย์หน้าผู้แข็งแกร่งรายนี้มีความเฉียบขาดเมื่อต้องเล่นกลางอากาศและยิงประตูด้วยเท้าได้อย่างไร้ความปราณีเมื่ออยู่ในกรอบเขตโทษ

ชิรูด์เริ่มต้นค้าแข้งกับทีมเกรนาเบิลและลงเดบิวต์ใหทีมในฝรั่งเศสเมื่อปี 2006

เขามีผลงานที่ดีตลอดทั้งสองปี มีหลายทีมในลีกเอิงที่เริ่มจะสนใจในตัวชิรูด์ และเขาก็ได้ย้ายไปเล่นให้กับมงเปอลีเย่ในเดือนกรกฎาคม 2010

เขาทำผลงานได้ดีในฤดูกาลแรกกับสโมสร โดยเป็นผู้ยิงทั้งสองประตูในการเสมอ 2 - 2 กับ PSG เช่นเดียวกับเป็นผู้ทำประตูชัยในเกมที่พบกับคู่แข่งเดิมในลีกคัพรอบรองชนะเลิศ

หากฤดูกาลแรกของเขายอดเยี่ยมแล้ว แต่ฤดูกาลที่สองก็ยิ่งดีขึ้นไปอีก เขาทำแฮตทริกได้ในเกมที่พบกับดิฌองและโซซอกซ์ ตลอดจนประตูชัยในเกมที่พบกับลียิง, นีซ และแซงต์-เอเตียน ช่วยให้มงต์เปลลิเย่ร์คว้าแชมป์ลีกฝรั่งเศสได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เขาจบฤดูกาลด้วยการทำประตูในลีกไปรวม 21 ประตู

หลังเซ็นสัญญากับอาร์เซนอลในช่วงซัมเมอร์ปี 2012 ชิรูด์ปรับตัวเข้ากับฟุตบอลอังกฤษได้อย่างรวดเร็ว เขาจบฤดูกาล 2013/14 และ 2014/15 ด้วยการลงเล่นในรอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ และชนะแอสตันวิลล่า 4-0 เขาเป็นผู้ยิงประตูปิดท้ายของเกมนั้น

 

เขาทำประตูได้มากที่สุดในฤดูกาล 2015/16 ยิงให้อาร์เซนอลได้ 24 ประตูและทำสถิติยิงครบ 100 ประตูให้อาร์เซนอลในเดือนกันยายน 2017

photo of สถิติน่าสนใจ สถิติน่าสนใจ

หลังจากที่ลงเดบิวต์ให้เชลซีในเกมเยือนวัตฟอร์ด ชิรูด์ก็สร้างความประทับใจได้อีกครั้งในเกมแรกที่ลงเป็นตัวจริงนัดเปิดบ้านเจอกับเวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน ทำประตูแรกให้สโมสรได้ในเกมต่อมาที่ชนะฮัลล์ 4-0 ในเอฟเอ คัพ

ชิรูด์ต้องรอนานอยู่พักหนึ่งกว่าจะได้ยิงประตูแรกในลีกให้เชลซี แต่ก็มาทำได้ในเกมเยือนเซาท์แฮมป์ตัน ช่วยให้เราพลิกจากที่ตามหลัง 2-0 เขายิงอีกประตูได้ในเกมที่เวมบลีย์สัปดาห์ต่อมา ช่วยให้ทีมผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศเอฟเอ คัพได้สำเร็จ

เขามาโหม่งทำประตูชัยในเกมเจอลิเวอร์พูลได้ในเดือนพฤษภาคม และจบฤดูกาลด้วยการเป็นหัวหอกอันดับหนึ่ง ทำหน้าที่ได้ดีในเกมชนะแมนฯ ยูไนเต็ดในเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์ได้สำเร็จเป็นสมัยที่ 4 ของเจ้าตัว

2018/19

จากการมีส่วนร่วมช่วงท้ายรายการของฟุตบอลโลก 2018 ทำให้ชิรูด์กลับมาพรีซีซั่นช้ากว่าคนอื่นๆ ทำให้เขาเริ่มต้นฤดูกาลกับทีมแบบที่ช้ากว่าปกติไปด้วย

ประตูแรกของฤดูกาลมาจากลูกโหม่งในเกมพบบาเต้ โบริซอฟในยูโรป้า ลีก ต่อด้วยการทำสองประตูในเกมชนะพีเอโอเค 4-0 ที่เดอะบริดจ์ในเดือนธันวาคม ชิรูด์มายิงฟรีคิกให้ทีมได้ในนัดเสมอเอ็มโอแอล วิดี 2-2 อีกด้วย

เขาทำผลงานได้ดีในยูโรป้า ลีก จบฤดูกาลด้วยการเป็นดาวซัลโวสูงสุด ยิงไปรวม 11 ประตู  ซึ่งประตูสุดท้ายเป็นประตูในเกมรอบชิงชนะเลิศที่เจออาร์เซนอล จากการโหม่งบอลย้อยเข้าไปตุงตาข่าย ทำให้เชลซีได้ประตูนำ

ก่อนหน้านั้นเขาทำประตูในเกมเหย้าและเยือนที่เจอกับมัลโม่ และต่อด้วยการทำแฮตทริกสมบูรณ์แบบในเกมพบดินาโม เคียฟ รอบ 16 ทีมสุดท้าย ทั้งยังทำประตูในเกมเจอสลาเวีย ปราก ในรอบก่อนรองชนะเลิศด้วย ไม่มีใครที่จะสมควรได้เหรียญนี้มากไปกว่าเขาอีกแล้ว

ผลงานในทีมชาติ

ชิรูด์มีส่วนร่วมกับทีมชาติฝรั่งเศสมาตลอดนับตั้งแต่ที่เดบิวต์เมื่อปี 2011 ในเกมที่พบสหรัฐฯ

เขาทำประตูแรกได้ในปีต่อมาในเกมกระชับมิตรที่ชนะเยอรมนี

เกมแรกในทัวร์นาเม้นต์ใหญ่เกิดขึ้นในยูโร 2012 เกมที่พบกับยูเครน

สองปีต่อมาในฟุตบอลโลกที่บราซิล ชิรูด์ยิงเปิดเกมได้ในนัดที่ฝรั่งเศสชนะสวิตเซอร์แลนด์ 5-2