8

รอสส์ บาร์คลีย์

ประวัติ

รอสส์ บาร์คลีย์ย้ายมาเชลซีในเดือนมกราคม 2018 เซ็นสัญญาเป็นระยะเวลา 5 ปีครึ่ง และจะสวมเสื้อหมายเลข 8

บาร์คลีย์ย้ายมาพร้อมกับประสบการณ์ที่เต็มเปี่ยม ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 150 นัดให้กับเอฟเวอร์ตัน ตลอดจนลงเล่นในทีมชาติอังกฤษทั้งในฟุตบอลโลกและยูโรเปี้ยน แชมป์เปี้ยนชิพมาแล้ว

ความอเนกประสงค์ของเขาทำให้สามารถเล่นในตำแหน่งหลังสไตรค์เกอร์, ตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ และปีกข้าง เขามีความสามารถในการเก็บบอลและสร้างโอกาสให้คนอื่นได้ดีเยี่ยม

บาร์คลีย์เกิดที่ลิเวอร์พูลและย้ายเข้าไปร่วมอะคาเดมี่ของเอฟเวอร์ตันในวัย 11 ปี ก่อนจะตั้งตัวขึ้นมาในทีมชุดใหญ่ได้จากความแข็งแกร่ง ความกระหายชัยชนะและเทคนิคการเล่นที่โดดเด่น

ฤดูกาลที่เขาเดบิวต์กับเอฟเวอร์ตันคือ 2011/12 ในเกมที่เจอกับคิวพีอาร์ในกูดิสัน ปาร์ค ขณะที่ทีมเยือนเก็บแต้มกลับไปได้ แต่บาร์คลีย์ก็ยังได้รับเครดิตมากมายจากผลงานที่น่าประทับใจของเขา ต่อมาก็ถูกยืมไปเล่นให้กับทั้งเชฟฟิลด์ เว้นสเดย์และลีดส์ ยูไนเต็ด

บาร์คลีย์ยิงประตูแรกให้เอฟเวอร์ตันได้ในเกมเปิดฤดูกาล 2013/14 และมีบทบาทสำคัญให้กับแดนกลางของทีมเอฟเวอร์ตัน ความเสมอต้นเสมอปลายและศักยภาพในการเล่น ทำให้เขาได้ติดทีมชาติอังกฤษชุดฟุตบอลโลกที่บราซิล ได้ลงเล่นในเกมสุดท้ายที่เจอกับคอสตาริก้า

ฤดูกาล 2015/16 เป็นฤดูกาลที่บาร์คลีย์ประสบความสำเร็จมากที่สุดในแง่ของการทำประตู กองกลางรายนี้ยิงไปแล้ว 14 ครั้งให้กับสโมสรของเขา รวมสองประตูในเกมที่ชนะแอสตัน วิลล่าและนิวคาสเซิล เขายิงประตูแรกให้กับทีมชาติอังกฤษในเกมยูโร 2016 ที่ชนะซาน มาริโน่ 6-0 และได้ลงเล่นในเกมรอบชิงชนะเลิศด้วย

เขาทำประตูแรกให้ทีมชาติอังกฤษได้ในเกมที่ชนะซาน มาริโน่ 6-0 ในยูโร 2016 รอบคัดเลือก และเป็นส่วนหนึ่งในทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศด้วย

photo of สถิติน่าสนใจ สถิติน่าสนใจ

ฤดูกาลที่ผ่านมา บาร์คลีย์ลงเล่นให้เอฟเวอร์ตันในตำแหน่งมิดฟิลด์และสร้างโอกาสทำประตูให้เพื่อนร่วมทีมมากกว่านักเตะชาวอังกฤษคนอื่นๆ ในพรีเมียร์ลีก และยังทำประตูได้เอง 6 ประตูด้วย

การบาดเจ็บเอ็นร้อยหวายทำให้เขาไม่สามารถลงสนามได้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ซึ่งหมายความว่าเขามีสิทธิ์ลงเล่นให้เชลซีได้ทั้งสี่รายการ

2018/19

หลังทำผลงานสุดแกร่งในช่วงพรีซีซั่นมาได้ บาร์คลี่ย์เริ่มต้นฤดูกาลใหม่ด้วยชัยชนะในเกมพบฮัดเดอร์สฟิลด์ ลงเล่นทางฝั่งซ้ายของแดนกลาง มีจอร์จินโญ่เป็นกลางรับและเอ็นโกโล่ ก็องเต้ขยับขึ้นมาฝั่งขวา

บาร์คลี่ย์และมาเตโอ โควาซิชมักจะสลับกันถูกเลือกลงสนามคู่กับจอร์จินโญ่และก็องเต้ แต่บาร์คลี่ย์ก็สร้างความประทับใจได้ทุกครั้งที่ลงสนาม ทำให้มีชื่อติดทีมชาติอังกฤษด้วย

หลังทำประตูแรกให้เชลซีได้ในเกมที่ชนะเซาท์แฮมป์ตัน 3-0, จ่ายบอลให้เอเด็น อาซาร์ยิงเปิดเกม บาร์คลี่ย์มายิงประตูตีเสมอท้ายเกมที่เสมอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-2 

สัปดาห์ต่อมา ในเกมพบเบิร์นลี่ย์ เขาจ่ายบอลให้อัลวาโร่ โมราต้าซัลโวประตูแรก และยิงเองในประตูที่สองจาก 4 ประตูในวันนั้นจากการปั่นด้วยเท้าซ้ายจากระยะไกล

บาร์คลี่ย์ได้ลงเล่นในแดนกลางต่อเนื่อง ช่วยให้เราผ่านเข้ารอบชิงคาราบาว คัพ และยูโรป้า ลีกได้สำเร็จ ทำประตูจากจุดโทษในรอบรองชนะเลิศที่พบไอน์ทรัคต์ แฟรงค์เฟิร์ตได้ด้วย เขาไม่ได้เป็นตัวจริงในเกมรอบชิงที่บากู แต่ลงเป็นตัวสำรองแทนโควาซิชและคว้าแชมป์ที่สองจากการเล่นให้เชลซีได้สำเร็จ

 

ผลงานในทีมชาติ

หลังลงเล่นให้อังกฤษรุ่นเยาวชนมานาน บาร์คลี่ย์ก็มาได้ติดทีมชุดใหญ่ครั้งแรกในปี 2013 ลงเล่นในเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่พบกับโมลโดวาที่เวมบลีย์ กองกลางรายนี้ยังติดทีมชาติในรอบสุดท้าย และลงเป็นตัวสำรองให้อังกฤษในเกมแรกที่แพ้อิตาลี 2-1 หลังจากนั้นก็ได้ลงเล่นเต็มเกมที่อังกฤษเสมอคอสตาริก้า 0-0 ในเกมสุดท้ายของรายการนั้น

บาร์คลี่ย์ทำประตูแรกในทีมชาติได้ในนัดที่ชนะซาน มารีโน่ 6-0 ในยูโร 2016 รอบคัดเลือก และแม้ว่าจะติดทีมชาติในรอบสุดท้าย แต่เขาก็ไม่ได้ลงเล่นเลย

บาร์คลี่ย์ไม่ติดทีมชาติชุดฟุตบอลโลก 2018 แต่ผลงานช่วงต้นฤดูกาลกับเชลซีที่น่าประทับใจทำให้เขาติดทีมชาติชุดลุยยูฟ่า เนชั่น ลีก และลงเป็นตัวจริงทุกเกม รวมเกมที่ชนะสเปนและอังกฤษเป็นจ่าฝูงของกลุ่มก่อนผ่านเข้ารอบสุดท้ายด้วย