อิซซี่ บราวน์

เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์
  • วันเกิด

    6 มกราคม 1997
  • เมืองเกิด

    ปีเตอร์โบโรห์, อังกฤษ
  • ตำแหน่ง

    กองหน้า

อิไซอาห์ บราวน์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ อิซซี่ ลงเดบิวต์ให้ทีมเชลซีชุดใหญ่ในเกมที่พบกับอดีตต้นสังกัดของเขา นั่นคือเวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน ในนัดรองสุดท้าย ฤดูกาล 2014/15 โดยเป็นตัวสำรองแทนที่โลอิก เรมี่

เขาได้รับเลือกให้ขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่โดยโชเซ่ มูรินโญ่ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2015 หลังจากที่ทำผลงานในทีม U21 ในฤดูกาลก่อนหน้าได้อย่างยอดเยี่ยม ตลอดจนช่วงพรีซีซั่นที่ยุโรปอีกด้วย

บราวน์เป็นกัปตันทีมชุด U-19 ที่คว้าแชมป์ยูฟ่า ยูธ ลีกได้ในเดือนเมษายน ปี 2015 ทำสองประตูในรอบชิงชนะเลิศที่พบกับชัคเตอร์ โดเนตส์ก และเขายังเป็นหนึ่งในทีม U-18 ที่คว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ เขาทำประตูในเกมนัดที่สองของรอบชิงชนะเลิศ ที่พบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้

บราวน์ย้ายจากเวสต์ บรอมมาร่วมทีมเชลซีเมื่อฤดูร้อน ปี 2013 หลังจากที่ได้ลงเดบิวต์ให้กับต้นสังกัดเก่าในเกมที่พบกับวีแกนในฤดูกาลก่อนหน้านั้น ทำให้เขาได้กลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดเป็นอันดับสองที่ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก

นักเตะอเนกประสงค์รายนี้มีความเร็วที่ดีเยี่ยม เขาสามารถลงเล่นได้ทุกตำแหน่งในแนวหน้า ตลอดจนตัวทำเกมหมายเลข 10 และเขาได้เข้าร่วมทีมเชลซีรุ่น U-21 ในฤดูกาล 2013/14 แม้ว่าจะเป็นเพียงปีแรกในทุนการศึกษาของเขาก็ตาม

เขาสนุกสนานกับช่วงพรีซีซั่นในแง่ของการทำประตู ลงเล่นในตำแหน่งปีกฝั่งขวา ก่อนจะทำผลงานได้ต่อเนื่องจนกระทั่งมาทำ4 ประตูใน 3 นัดแรกของการแข่งขันรุ่น U-21 เขาลงเล่นทั้งหมด 20 นัด และพาทีม U-21 คว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ รวมถึงทำประตูแรกในการดวลจุดโทษกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่สนามเอติฮัด รอบรองชนะเลิศ

บราวน์ได้ลงเล่นในยุโรปเป็นครั้งแรกในเกมยูฟ่า ยูธ ลีก รอบแบ่งกลุ่มที่ชนะบาเซิล และได้ร่วมลงแข่งเกือบทุกนัด ยกเว้นนัดเดียวใน 8 เกมของรายการนี้ โดยทีม U-19 ผ่านเข้าถึงรอบแปดทีมสุดท้าย ในเอฟเอ ยูธ คัพ หลังจากที่ทำประตูเบิกร่องในเกมที่ชนะเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ 4-1 เขาก็ได้ร่วมลงเล่นทั้งสองนัดของรอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ โดยเป็นตัวสำรองช่วงพักครึ่งในเกมรอบชิงดำ นัดที่ 2 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ก่อนช่วยให้ทีมคัมแบ็คกลับมาเอาชนะฟูแล่มและคว้าแชมป์ได้อย่างยิ่งใหญ่

บราวน์ได้อยู่ในทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ ที่เดินทางไปยุโรปเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาล 2014/15 และได้ลงเล่นในเกมนัดกระชับมิตรหลายนัดในทริปนั้น

เขาได้เป็นตัวสำรองในเกมแคปิตอล วัน คัพ ที่ไปเยือนชรูส์บิวรี่ ทาวน์ และหลังจากนั้นก็มีชื่ออีกครั้งในเกมพรีเมียร์ลีก ที่พบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในช่วงปลายเดือนมกราคม โดยการยกระดับเข้าสู่ขุมกำลังชุดใหญ่อย่างเต็มตัวเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2015

ประสบการณ์ยืมตัว

หลังจากที่ได้ลงเดบิวต์ในช่วงท้ายฤดูกาล วันที่ 10 กรกฎาคม ปี 2015 ได้มีประกาศออกมาว่าบราวน์จะใช้เวลาช่วงฤดูกาล 2015/16 ไปเล่นให้กับวิเทสส์ อาร์เน่ม และในเดือนกันยายน ปี 2015 เขาได้เซ็นสัญญาใหม่กับเชลซีเป็นระยะเวลา 4 ปี

ในช่วงเวลาที่อยู่กับสโมสรในเนเธอร์แลนด์ เขาลงเล่นไปทั้งหมด 24 นัด โดย 10 นัดในจำนวนนั้นเป็นตัวสำรอง เขาทำประตูได้ในเกมเยือนที่พบกับโรด้า เจซี ในเดือนมีนาคม 2016 เขารับบอลที่เพื่อนโยนยาวมาให้ด้วยอก ก่อนจะปั่นเต็มข้อเสียบมุมเสาสองเข้าไปอย่างงดงาม

เดือนสิงหาคม 2016 บราวน์ถูกปล่อยยืมตัวไปเล่นให้กับร็อตเธอร์แฮม ยูไนเต็ด ลงเล่นไปทั้งหมด 20 นัด ยิงประตูรวม 3 ลูก ต่อมาในเดือนมกราคม 2017 เขาก็ถูกยืมตัวไปเล่นให้ทีมฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ในลีกเดียวกัน

เขาเริ่มต้นกับทีมใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยม ยิง 3 ประตูได้ใน 6 เกมแรกที่ลงสนาม รวมถึงประตูจากการสัมผัสบอลครั้งแรกหลังลงมาเป็นตัวสำรองในศึกดาร์บี้ แมตช์ที่พบกับลีดส์ เขาได้เป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ในเกมที่ชนะไบรท์ตันอีกด้วย ต่อมาในเดือนเมษายน เขายิงประตูที่ 5 ในฤดูกาลได้สำเร็จและเป็นประตูโทนในเกมที่ชนะวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส ส่งผลให้ทีม "เดอะ เทอร์เรียร์ส" ได้เข้าไปแข่งในรอบเพลย์ออฟของแชมป์เปี้ยนชิพ

บราวน์ ลงเล่นในรอบรองชนะเลิศทั้งสองนัดที่เจอกับเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ และยังยิงไปติดเสาในเกมที่ฮิลล์สโบโร่ห์อีกด้วย เขามีส่วนร่วมช่วยให้ฮัดเดอร์สฟิลด์ได้ประตูแรกโดยสุดท้ายต้องวัดกันด้วยการดวลจุดโทษ ต่อมาเขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมรอบชิงกับเรดดิ้งที่เวมบลีย์ โดยเป็นอีกครั้งที่ต้องยิงจุดโทษตัดสินและเป็นต้นสังกัดของ บราวน์ ที่ได้เลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ ลีก

เดือนกรกฎาคม 2017 บราวน์เซ็นสัญญาใหม่ไปจนถึงปี 2021 และถูกปล่อยตัวไปเล่นให้ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาสู่พรีเมียร์ ลีกเช่นเดียวกับฮัดเดอร์สฟิลด์

เขาลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไป 13 นัด รวม 4 นัดที่เป็นตัวจริง แต่โชคร้ายที่ได้รับบาดเจ็บหนักบริเวณหัวเข่าในเกมเอฟเอ คัพ รอบที่สามที่เจอกับคริสตัล พาเลซ ในเดือนมกราคม ปี 2018 ก่อนกลับมาอยู่กับเชลซี

ฤดูกาล 2018/19 เขาถูกปล่อยตัวให้ลีดส์ยืมไปใช้งาน แต่อาการบาดเจ็บหยุดยั้งพัฒนาการของเขาที่เอลแลนด์ โร้ด โดย บราวน์ ได้ลงเล่นเป็นตัวสำรองแค่ 2 นัดให้กับทีมของมาร์เซโล่ บิเอลซ่า ในเดือนสิงหาคม ปี 2019 มีการยืนยันว่าดาวเตะรายนี้จะกลับไปเล่นในแชมเปี้ยนชิพอีกครั้งกับลูตั้น ทาวน์ เขาทำได้ 7 แอสซิสต์กับอีก 1 ประตูในการลงสนาม 25 นัดให้กับ "เดอะ แฮตเตอร์ส" ซึ่งรักษาสถานะในลีกรองของอังกฤษในวันสุดท้ายของฤดูกาลด้วยการเอาชนะแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส

วันที่ 20 สิงหาคม 2020 บราวน์มุ่งหน้าสู่ยอร์คเชียร์ เพื่อไปค้าแข้งให้กับเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ด้วยสัญญายืมตัวหนึ่งฤดูกาลเต็ม

 

เส้นทางกับทีมชาติ

ในทีมชาติอังกฤษชุด U-16, U-17 และ U-19 บราวน์มีบทบาทสำคัญในกลุ่มเหล่านั้น เมื่อทีมของจอห์น พีค็อก ผ่านเข้ารอบสุดท้ายของรายการยูโรเปี้ยน แชมป์เปี้ยนชิพที่มอลต้าในเดือนพฤษภาคม ปี 2014 เขาทำประตูได้ 4 ลูกในรอบคัดเลือก และมีส่วนอย่างมากในรอบชิงชนะเลิศที่ทีมชาติอังกฤษรุ่นเยาว์เป็นฝ่ายคว้าถ้วยรางวัล 3 ถ้วยได้ในฤดูกาลนั้น

เขาถูกเรียกตัวให้ติดทีมชาติอังกฤษชุด U-19 ในช่วงเริ่มต้นการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รอบคัดเลือก และได้ประเดิมสนามในระดับนั้นเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2014 บราวน์ ยิงไป 2 ประตูในเกมที่ชนะอิตาลี 3-0 ในเดือนถัดมา

บราวน์ ติดทีมชาติอังกฤษชุด U-21 ลงแข่งในรายการยูโรเปี้ยน แชมป์เปี้ยนชิพ แต่ต้องถอนตัวออกเพราะปัญหาอาการบาดเจ็บ