มิชี่ บัตชูอายี่

คริสตัล พาเลซ
  • วันเกิด

    1 ตุลาคม 1993
  • เมืองเกิด

    บรัสเซลส์, เบลเยี่ยม
  • ตำแหน่ง

    กองหน้า

มิชี่ บัตซูอายี่ย้ายมาเป็นนักเตะใหม่ของเชลซีอย่างเป็นทางการจากสโมสรโอลิมปิก มาร์กเซย ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2016 เซ็นสัญญาเป็นระยะเวลา 5 ปี

ศูนย์หน้าจอมเทคนิคและมีความว่องไวเป็นเลิศ หลังจากที่โชว์ฟอร์มบนแผ่นดินฝรั่งเศสและเบลเยี่ยม เขาสามารถกระชากบอลผ่านกองหลังได้เป็นอย่างดี ด้วยความคล่องของเท้าและยังเล่นลูกกลางอากาศได้ดี อีกทั้งยังสามารถลงต่ำมาเชื่อมเกมได้อีกด้วย

เขาลงรับใช้ทีมชาติเบลเยี่ยมอยู่ในศึกยูโร 2016 และสามารถทำประตูได้ในการประเดิมลงเล่นทัวร์นาเม้นต์จากสัมผัสบอลครั้งแรกโดยจบสกอร์จากลูกครอสของเอเด็น อาซาร์ในนัดที่ถล่มฮังการี 4-0

บัตซูอายี่กล่าวว่า: 'ผมยินดีมากที่ได้ย้ายมาร่วมทีมระดับโลกและผมพร้อมที่จะเริ่มเส้นทางชีวิตการค้าแข้งบนแผ่นดินใหม่แล้ว ผมหวังที่จะคว้าแชมป์ให้ได้มากที่สุดในช่วงที่อยู่สแตมฟอร์ด บริดจ์

'อาซาร์และกูร์กตัวส์เล่าเรื่องต่าง ๆ ของสโมสรให้ผมฟังและการที่เชลซีจะได้ผู้จัดการทีมคนใหม่อย่างคอนเต้มาคุมทีมนั้นก็เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมากๆ

'นี่เป็นโอกาสที่วิเศษมากสำหรับผมและครอบครัว และผมตั้งตารอคอยจะได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้า'

ช่วงเดือนแรกของเขากับเชลซี บัตซูอายี่มักจะลงเป็นตัวสำรอง และเกมแรกของฤดูกาลที่เราเปิดบ้านรับเวสต์ แฮม บัตชูอายี่ก็ได้ลงเล่นในตอนที่เสมอ 1-1 ก่อนจะจ่ายบอลให้ดิเอโก้ คอสต้าโหม่งเข้าประตูในนาทีที่ 89 ช่วยให้ทีมเก็บชัยชนะได้สำเร็จ

ห้าวันต่อมา บัตชูอายี่ลงเป็นตัวสำรองอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มาทำประตูได้ พลิกเกมหลังตามวัตฟอร์ดอยู่จนกลับมาชนะได้สำเร็จ เขายิงเปิดตัวได้จากจังหวะที่เอเด็น อาซาร์ยิงไปติดบล็อคแล้วบอลกระดอนมาเข้าทางให้เขายิงซ้ำเข้าไปจากระยะประชิด สามวันต่อมา เขาทำประตูได้สองประตูในเกมที่ลงเดบิวต์เต็มตัวให้ทีม นัดที่พบบริสตอล โรเวอร์สที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ซึ่งเป็นการแข่งขันในรายการลีก คัพ

อันโตนิโอ คอนเต้บอกว่าสไตรค์เกอร์รุ่นเยาว์รายนี้จำเป็นต้องเรียนรู้สิ่งที่พรีเมียร์ลีกต้องการก่อน ดังนั้นจึงเลือกเอเด็น อาซาร์ลงเป็นใจกลางแนวรุกยามที่ดิเอโก้ คอสต้าไม่สามารถลงแข่งได้ แต่บัตชูอายี่ก็ได้ลงเป็นตัวจริงในเกมเอฟเอ คัพ ช่วงต้นปี 2017 ทำประตูและแอสซิสต์ได้ในเกมนั้น

ไฮไลต์สำคัญในฤดูกาลแรกของเขากับสโมสรคือเมื่อตอนที่บัตชูอายี่ยิงประตูช่วยให้ทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในเกมเยือนเวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน ช่วงเดือนพฤษภาคม เขาลงสนามไปไม่กี่นาทีก็ได้บอลจากเซซาร์ อัซปิลิเกวต้าแล้วยิงจ่อ ๆ เข้าไปตุงตาข่าย สร้างประวัติศาสตร์กับเชลซีได้สำเร็จ

ฤดูกาลนั้นจบลงด้วยดีสำหรับบัตชูอายี่ เขาทำประตูได้ในเกมที่ชนะวัตฟอร์ด 4-3 ก่อนจะมายิงสองประตูในวันสุดท้ายของฤดูกาลที่เราชนะซันเดอร์แลนด์ 5-1

การทำประตูสำคัญให้ทีมยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องในฤดูกาล 2017/18 เขาทำประตูชัยช่วงท้ายเกมได้ในนัดที่ชนะแอตเลติโก มาดริดในแชมป์เปี้ยนส์ ลีก และยิงสองประตูในเกมพบวัตฟอร์ด เขามักจะกลายเป็นตัวสำรองที่ลงสนามในเวลาที่เชลซีเป็นฝ่ายไล่ตามสกอร์อยู่หลายครั้ง

หลังจากนั้นบัตชูอายี่ก็ได้ช่วยให้เชลซีผ่านเข้ารอบที่ 5 ของเอฟเอ คัพได้สำเร็จด้วยการยิงสองประตูในเกมพบนิวคาสเซิล หลังจากที่ทำประตูรวม 19 ประตูจากการลงสนาม 53 นัดในช่วง 18 เดือนแรกของการเป็นนักเตะเชลซี เขาก็ถูกยืมไปเล่นให้โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ที่เยอรมนีจนจบฤดูกาล

ก่อนประสบปัญหาอาการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้า บัตซูอายี่ทำผลงานน่าประทับใจในประเทศเยอรมนี ยิงไป 7 ตุงจากการลงเล่นเกมลีก 10 นัด และกดไปอีก 2 ลูกจากการลงสนามในยูโรป้า ลีก 4 นัด

เดือนสิงหาคม ปี 2018 มีการยืนยันว่าบัตซูอายี่ จะย้ายไปเล่นให้บาเลนเซียด้วยสัญญายืมตัวในฤดูกาล 2018/19 เขาใช้เวลา 4 เดือนกับคริสตัล พาเลซในช่วงครึ่งแรกของปี 2019 ยิงไป 6 ประตูจากการลงสนาม 13 นัด มิชี่กลับมาอยู่กับขุมกำลังเชลซีอีกครั้งสำหรับฤดูกาล 2019/0 โดยเป็นกำลังสำรองให้กับแทมมี่ อับราฮัมและโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ โดยผลงานของหอกชาวอังกฤษและฝรั่งเศส ทำให้กองหน้าทีมชาติเบลเยี่ยมไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนาม

หลังจากต่อสัญญากับเชลซีเพิ่มอีก 1 ปี เขากลับไปเล่นให้พาเลซแบบยืมตัวอีกครั้งในฤดูกาล 2020/21

 

ก่อนย้ายมาอยู่กับเชลซี

บัตซูอายี่เกิดที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยมและเริ่มเล่นฟุตบอลระดับเยาวชนที่นั่นก่อนที่จะเซ็นสัญญานักเตะอาชีพกับทีมสตองดาร์ด ลีแอชในปี 2011 และลงเล่นนัดแรกในฐานะนักเตะอาชีพตอนอายุ 18 ปี

ประตูแรกของเจ้าตัวเกิดขึ้นในเวลาที่สำคัญมาก ๆ เขาสามารถทำประตูชัยต่อเอฟซี โคเปนเฮเก้นในศึกยูฟ่า ยูโรป้าลีกและทำให้ทีมผ่านเข้ารอบต่อไป

หลังจากที่ทำสองประตูในศึกบอลถ้วยของเบลเยี่ยม เพียงสัปดาห์ต่อมาเขาก็ทำประตูแรกในลีกให้กับทีมได้ในเกมที่ชนะเกอร์มินอล 6-1 หากประตูแรกยังพิสูจน์อะไรไม่ได้มากเพียงพอ ลูกที่ 2 ที่เขาทำได้นั้นก็เป็นสิ่งพิสูจน์แล้วว่าเขานั้นเก่งกาจมากแค่ไหน

บัตชูอายี่สร้างชื่อเสียงได้มากมายในฤดูกาล 2013/14 และรั้งตำแหน่งรองดาวซัลโวของลีกเบลเยี่ยม อีกทั้งยังสามารถทำแฮตทริกในเกมที่เอาชนะออสเตนเด้ 4-2 ด้วย

ไม่น่าแปลกใจเมื่อโอลิมปิก มาร์กเซยเป็นสโมสรที่ยื่นข้อเสนอเข้ามาในปี 2014 และเขาก็ได้ลงเล่นในนัดแรกหลังจากถูกเปลี่ยนลงไปแทนดิมิทรี ปาเยต์ ก่อนจะทำประตูแรกในเกมลีก คัพ ที่พบกับแรนส์

ในช่วงฤดูกาลแรก เขาถูกใช้งานในบทบาทการเป็นตัวสำรองผู้พลิกเกม แต่ความสามารถในการเล่นนั้นเป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นถึงการเป็นคนสำคัญมากกว่าหนึ่งครั้ง ในเกมเยือนแซงต์-เอเตียน บัตชูอายี่ทำสองประตูได้ในช่วงเวลา 5 นาทีหลังจากที่ลงสนามในช่วงเสมอกันอยู่ 2-2 และยิงอีกสองประตูในเกมที่ชนะลองส์ 4-0 หลังจากที่เขาถูกเปลี่ยนตัวลงช่วงพักครึ่ง ประตูของเขาในฤดูกาลนั้นมีส่วนช่วยให้มาร์กเซยผ่านเข้าไปแข่งในยูโรป้า ลีกได้สำเร็จ

การพัฒนาของเขาก้าวขึ้นได้อย่างรวดเร็วและเป็นที่จับตามองของทุกทีม และในเดือนตุลาคมก็เป็นเดือนที่เขาพิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นนักเตะที่มีความสามารถเมื่อเขาทำประตูได้ทุกนัดในการลงเล่น อีกทั้งยังสามารถทำประตูใส่เปแอสเชได้ด้วย เมื่อเขาไปฉกบอลมาจากอดีตนักเตะเชลซีอย่างดาวิด ลุยซ์

จนมาถึงครึ่งฤดูกาลมีเพียงซลาตัน อิบราฮิโมวิชเพียงคนเดียวที่ทำประตูได้มากกว่าเขาในลีกแต่เขาก็ปิดฉากซีซั่นด้วยการทำประตูได้ถึง 4 จาก 6 นัดสุดท้ายที่ลงเล่นเช่นเดียวกับการทำประตูใส่เปแอสเชในนัดชิงศึกเฟร้นช์คัพ

โดยรวมแล้วเขาทำได้ 23 ประตูและจ่ายบอลให้เพื่อนทำประตูไป 10 ลูก สถิตินั้นน่าสนใจมาก ๆ เมื่อทีมของเขานั้นจบแค่เพียงอันดับ 13 ในลีก เอิง

เขาลงเล่นทีมชาตินัดแรกในเดือนมีนาคม ปี 2015 และทำประตูเปิดซิงได้ไม่นานหลังจากถูกเปลี่ยนลงไปแทนคริสเตียน เบนเทเก้ในนัดที่เอาชนะไซปรัสไป 5-0 นอกจากนี้เขายังมีชื่อบนสกอร์บอร์ดให้กับเบลเยี่ยมในเกมอุ่นเครื่องที่ชนะอิตาลีก่อนจะเข้าสู่ยูโร 2016 อีกด้วย

เส้นทางของเขาคล้ายกับตำนานของสโมสรอย่างดร็อกบาที่ย้ายมาจากมาร์กเซยและเขาเป็นนักเตะสัญชาติเบลเยี่ยมคนที่ 3 ที่มาร่วมทีมต่อจากอาซาร์และธิโบต์ กูร์กตัวส์